ลี่ซื่ออวี๋ทำได้ดีเยี่ยมอย่างไม่ต้องสงสัย สมกับที่เป็นนักเรียนอัจฉริยะทางด้านแพทย์ทหารจริงๆ สิ้นเปลืองความคิดเหล่านี้เพื่อเขาก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว
หลิงหลานเก็บงำการยอมรับไว้ในใจ ยังคงกล่าวด้วยใบหน้าเย็นยะเยือกว่า “แผลเก่าของลั่วล่างกำเริบก็แล้วไปเถอะ แต่ไม่นึกเลยว่าฉีหลงหายดีแล้วก็เกิดเรื่องแบบเดียวกัน นักเรียนดีเด่นหลี่ นายต้องมีอธิบายให้ฉันนะ” สิ้นเสียงกล่าว หลิงหลานก็มาที่เบื้องหน้าหลี่ซื่ออวี๋ วางร่างของฉีหลงที่ทุกข์ทรมานจนไม่อาจทานทนได้ลงแล้วก็ส่งสัญญาณให้หลี่ซื่ออวี๋เข้ามาดู
คำพูดของหลิงหลานทำให้ดวงหน้าขาวนวลของหลี่ซื่ออวี๋แดงก่ำขึ้นมาทันที รุ่นน้องที่น่ารังเกียจคนนี้ตั้งคำถามเรื่องความสามารถในการรักษาของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า นี่ย่อมเป็นการดูหมิ่นความเป็นมืออาชีพของเขา ต่อให้หลี่ซื่ออวี๋ใจเย็นอีกสักแค่ไหน เยือกเย็นอีกสักเท่าไหร่ เวลานี้เขาก็อดเดือดดาลไม่ได้เช่นกัน
ต่อให้เป็นเช่นนี้ หลี่ซื่ออวี๋ก็ไม่ได้ปฏิเสธที่จะไปรักษาฉีหลง ขอเพียงเบื้องหน้าเขามีผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บ เขาต้องทิ้งความแค้นส่วนตัวทุกอย่างแล้วทุ่มเทจิตใจช่วยรักษาผู้ป่วยในฐานะที่เป็นแพทย์ทหาร เขารีบพุ่งปราดเข้ามา จับมือของฉีหลงสัมผัสชีพจรของเขา หลังจากนั้นสีหน้าของหลี่ซื่ออวี๋ก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง เพราะว่าชีพจรที่เขาจับออกมาได้นี้เหมือนกับปฏิกิริยาตอบสนองทางธรรมชาติหลังจากใช้ยายีนดัดแปลง S ที่พวกเขาวิจัยออกมา นี่ทำใ