ไว้หนึ่งทางเท่านั้น?”
“กราบทูลท่านอ๋อง หม่อมฉันสายตาตื้นเขิน หามองไม่ออกจริง ๆ”
จงซินกล่าวด้วยสีหน้าลำบากใจ “ในสายตาหม่อมฉัน เขาก็เป็นเพียงทารกธรรมดาผู้หนึ่ง วิญญาณก็ไม่มีสิ่งผิดแผก เพียงแต่ไม่รู้เพราะเหตุใดจึงมีวิชาเทพติดกายอยู่สายหนึ่ง…”
ชิ่งอ๋องส่ายหน้า แล้วชี้ไปยังเด็กคนนั้น “ไม่ว่าจะจริงหรือปลอม ฆ่าเสีย!”
สิ้นเสียงบัญชา ขันทีหลายคนก็พุ่งเข้าหาทันที ต้นชุนมิโรยราแม้จะร้ายกาจ แต่ท้ายที่สุดก็เป็นเพียงทารกคนหนึ่ง ยังมิได้มีพลังเวทใด ๆ ติดกาย
ดังนั้นขันทีเหล่านั้นจึงเพียงรวมพลังเวทปั้นเปลวเพลิงสองกอง โยนเข้าใส่ไม่นานก็เหลือเพียงเถ้าธุลี ชิ่งอ๋องยังก้าวเข้าไปตรวจสอบซากกระดูกด้วยตนเอง กระทั่งมั่นใจว่าเด็กได้ตายจริง จึงค่อยโล่งใจ…
แต่ยังไม่ทันถอนหายใจ
“รายงาน!”
ทหารยามผู้หนึ่งวิ่งเข้ามาในท้องพระโรง คุกเข่ารายงานเสียงดังว่า “ท่านอ๋อง สายลับที่ส่งไปทั่วแว่นแคว้นต่างรายงานกลับมา พบเด็กที่เป็นจงกวงอีกสามคน!”
ชิ่งอ๋องแทบจะหัวเราะออกมาด้วยความโกรธ “จงกวงสามคน? ไฉนไม่บอกว่าเซียนทั้งนิกายศักดิ์สิทธิ์ต่างมาเกิดใหม่อยู่ในแคว้นชิ่งของข้า ข้ามีบุญเหลือล้นกระมัง!”
ครู่ต่อมา ทารกสามคนถูกพาตัวเข้ามาอีก
จงซินตรวจสอบทีละคน สุดท้ายส่ายหน้า “เหมือนกับคนเมื่อครู่ทุกประการ มีเพียงวิชาเทพสายตะเกียงดับแสงติดกายหนึ่งทางเท่านั้น”
“วารีมังกรในร่มเงา, เกรงกลัวการฟันโค่น, เตาเพลิงแกร่งกล้า…”
จงซินเอ่ยอย่างระมัดร