ทำให้ขุมกำลังของเหลยถิงเราสามารถก้าวหน้าขึ้นไปได้อีกก้าว”
“ต่อให้ไม่รับเด็กพวกนั้น เหลยถิงของพวกเรายังคงเป็นกลุ่มอำนาจอันดับหนึ่งอยู่ดี” เฉียวหลินไม่เชื่อคำพูดของหลินจื้อตงเลย คิดว่านี่เป็นการเถียงข้างๆ คูๆ ของเขา
หลินจื้อตงอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ลังเล เฉียวถิงเห็นดังนั้นก็เอ่ยว่า “จะพูดอะไรก็พูดเถอะ เสี่ยวหลินคือน้องชายฉัน เขาไม่มีทางเอาไปพูดมั่วซั่วข้างนอกหรอก” เฉียวหลินได้ยินคำพูดนี้ก็ถลึงตาใส่ด้วยความเดือดดาลอีกครั้ง คิดว่านี่เป็นการจงใจของหลินจื้อตง อยากให้พี่ชายเขาคิดว่าเขาทำงานไม่น่าไว้วางใจ
หลินจื้อตงรู้ว่าคราวนี้เขาล่วงเกินเฉียวหลินจริงๆ แล้ว แต่หลินจื้อตงก็ไม่มีทางเลือก ใครใช้ให้เฉียวหลินมองเขาด้วยความไม่พอใจมาตลอดล่ะ จนกระทั่งวันนี้เขายังไม่รู้เลยว่า นี่เป็นเพราะอะไร
ถึงแม้หลินจื้อตงจะคิดว่าเฉียวหลินไม่เหมาะที่จะเก็บงำความลับ แต่ในเมื่อหัวหน้าพูดแบบนี้ หลินจื้อตงก็ไม่ปกปิดอีก เขาส่งข้อมูลชุดหนึ่งที่นำติดตัวมาด้วยไปให้เฉียวถิง บ่งบอกว่าให้เขาลองอ่านดู
เฉียวถิงเปิดอ่านไปเรื่อย เขาที่เอนหลังพิงโซฟาพลันนั่งตัวตรงขึ้นมา สีหน้าเริ่มเคร่งขรึมขึ้น ส่วนเฉียวหลินก็เขยิบเข้าไปเหลือบดูอย่างกระตือรือร้นในตอนที่พี่ชายของเขาเปิดอ่านหน้าแรก เมื่อเห็นด้านหลังรายชื่อที่เรียงกันเป็นแถวต่างเป็นผลคะแนนยอดเยี่ยมกับดี เขาก็อึ้งไปเช่นกัน
เฉียวถิงปิดเอกสารฉับพลัน เอ่ยถามอย่างเอาจริงเอาจังว่า