น คนหนึ่งอยู่ด้านนอก ร่วมมือได้อย่างรู้ใจกันดีเยี่ยม
หลิงเซียวพยักหน้าให้พวกหลิงหลานหกคนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะนั่งลงบนโซฟาในห้องโถงภายใต้การจัดการของคนในระดับสูงของโรงเรียนทหาร จากนั้นก็พูดคุยกับพวกหลิงหลานอย่างสนิทสนมหลายประโยค ทำความเข้าใจสถานการณ์ของพวกเขาคร่าวๆ และก็พูดคุยกับคนในระดับสูงของโรงเรียนทหารรอบหนึ่ง สุดท้ายตัวแทนของระดับสูงในโรงเรียนทหารก็จำเป็นต้องบอกลาจากไปภายใต้คำขอของเขา แน่นอนว่าก่อนจากไปก็ไม่ลืมส่งสายตาว่าให้หลิงหลานทำตัวดีๆ
หลังจากที่ตัวแทนระดับสูงของโรงเรียนทหารจากไปแล้ว เมื่อในบ้านพักเหลือเพียงกลุ่มของหลิงหลาน รวมถึงพวกหลิงเซียวสามคน หลิงเซียวก็เปลี่ยนอิริยาบถจากที่เดิมทีเป็นผู้ดีสง่างาม เขาไหวไหล่ เอนตัวลงบนโซฟาโดยไม่มีภาพลักษณ์เลยสักนิดเดียว ปากก็บ่นอุบอิบว่า “คุยกับพวกเขาแล้วเหนื่อยใจจริงๆ เลย!”
ท่าทางซึมกะทือเหมือนกับกำลังอยู่ในบ้านตัวเองเช่นนี้ทำให้ขอบตาของคนคุ้มกันหลิงเซียวสองคนกระตุกขึ้นเบาๆ คาดว่าพวกเขากำลังร่ำร้องในใจว่า ‘รบกวนท่านช่วยรักษาบุคลิกและความน่าเกรงขามของนายพลสักนิดเถอะครับ!’
แน่นอนว่าท่าทางเช่นนี้ย่อมทำให้พวกฉีหลงมองหน้ากันเองเช่นกัน ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี ถ้าหากพูดคุยอย่างเอาจริงเอาจัง พวกเขายังรู้ว่าจะพูดอะไรได้บ้าง ทว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันกันอย่างเหนือความคาดหมายเช่นนี้ พวกเขาก็รับมือไม่ถูกเหมือนกัน
พวกเขาต่างมองไปที่ลูกพี่หล