ฐานะที่มันเป็นกองพลของพ่อเธอ ต่อให้หลิงหลานแสร้งทำเป็นเยือกเย็นอีกสักแค่ไหน ก็อดคาดเดาไม่ได้ว่าพ่อของเธอจะส่งใครมารับหน้าที่ทดสอบในครั้งนี้ เธอย่อมคาดหวังว่าจะส่งหัวหน้าทีมที่มีความยุติธรรมมาทำให้กองพลที่ยี่สิบสามสามารถทิ้งภาพลักษณ์ที่ยอดเยี่ยมไว้ในโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งได้
แต่ตอนที่เธอเห็นชายคนหนึ่งลงมาจากบนรถไฟขบวนพิเศษของท่าอวกาศ หน้าน้ำแข็งที่นิ่งดุจขุนเขาแต่เดิมของเธอได้แตกออกในที่สุด ดวงหน้าของเธอกระตุกขึ้นมาอย่างรุนแรง
ชายคนนั้นจงใจกดหมวกทหารลงต่ำ สวมผ้าปิดปากผืนใหญ่ที่แทบจะบดบังทั่วทั้งใบหน้า ต่อให้สวมชุดเครื่องแบบพลตรี แสร้งทำเป็นชายท่าทีเคร่งขรึมเย็นชา แต่ความรู้สึกที่คุ้นเคยนี้จะหลอกตาเธอได้เหรอ?
หลิงหลานกัดฟันกรอดในใจ “เชี่ย ทำไมพ่อโง่เง่าของฉันถึงมาที่นี่ล่ะ เขากำลังทำบ้าอะไรกันแน่?”
“อ้า พ่อนี่นา…” เสี่ยวซื่อที่อยู่ในห้วงจิตทำตาเป็นรูปหัวใจสีแดง ร้องเสียงแหลมพลางมองหลิงเซียวด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้ม ก่อนจะถูกหลิงหลานที่เดือดดาลเต็มที่เตะลอยออกไปทันที “นายแม่งใจเย็นหน่อยสิ”
“ฮือๆๆ ลูกพี่ ฉันไม่ได้เห็นพ่อมานานแล้วนะ ทำไมพวกเราไม่ทักทายพ่อล่ะ?” เสี่ยวซื่อกลิ้งกลับมาอย่างรวดเร็ว กอดต้นขาของหลิงหลานไว้พลางเอ่ยอย่างร้องห่มร้องไห้ ขอร้องอย่างรุนแรงว่าให้ไปทักทายคุณพ่อ
“มองแวบแรกก็รู้แล้วว่าพ่อโง่เง่านี่ปกปิดตัวตนเข้ามา ฉันจะไปทักทายเขาได้ยังไงเล่า?” หลิงหลานมองชายที่คิดเอาเองว่