าปกปิดได้แนบเนียนแล้วอย่างไร้คำพูด ไม่รู้ว่าควรจะพูดยังไงดี
ยังดีที่คนข้างกายเขาจงใจขวางกั้นสายตาของคนอื่น กอปรกับหลิงเซียวทำตัวไม่เป็นจุดสนใจ เขาจึงไม่ได้เปิดโปงสถานะตัวเอง
เมื่อทีมทดสอบของกองพลที่ยี่สิบสามผ่านหน้าหลิงหลาน หลิงเซียวหยุดฝีเท้าลงฉับพลัน ดวงตาที่ถูกเปิดเผยเพียงอย่างเดียวคู่นั้นแสดงออกถึงรอยยิ้ม เขาเอ่ยถามว่า “ท่ายืนและมารยาทไม่เลวมากๆ เธอเป็นนักเรียนใหม่เหรอ?”
จงใจพูดเหรอ? หลิงหลานกลอกตาให้พ่อของเธอยกใหญ่ในใจ ทว่าสิ่งที่แสดงออกมายังคงเป็นการเอ่ยแสดงความเคารพอย่างสงบนิ่ง “ครับ ผู้การ”
หลิงเซียวหันหน้ามองไปยังพวกระดับสูงของโรงเรียนทหารที่ตามมาด้วยกัน แล้วกล่าวอย่างยิ้มแย้มว่า “ไม่เลวเลย ต่อให้เป็นนักเรียนใหม่ก็มีบุคลิกโดดเด่นแบบนี้แล้ว ดูเหมือนโรงเรียนทหารชายจะมีชื่อเสียงเลื่องลือสมกับความเป็นจริงนะ” เจตนาของหลิงเซียวย่อมเป็นการชมลูกสาวตัวเองอยู่แล้ว ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งเลย
แต่พวกระดับสูงของโรงเรียนทหารที่ตามมาด้วยไม่ได้คิดแบบนี้เลย พวกเขาเกือบทุกคนคิดว่านี่เป็นคำชมของตัวแทนกองพลที่ยี่สิบสามที่มีต่อโรงเรียนทหาร ทำให้พวกเขาแสดงสีหน้าตื่นเต้นยินดีออกมาทันใด ยอดเยี่ยมมาก แน่นอนว่าพวกเขายังคงแสดงท่าทีถ่อมตนออกมา เอ่ยติดต่อกันว่า ไม่กล้าๆ
ควรรู้เอาไว้ว่าต่อให้ทีมต้อนรับแสดงผลงานได้ไม่เลว แต่กองพลอื่นๆ หลายกองไม่มีทางเอ่ยออกมา พวกเขายังคงรักษาท่าทาง