ที่มีความสามารถอยู่มากมาย น่าจะตรวจสอบบันทึกที่เกี่ยวข้องได้นะ…”
คำพูดของหลิงหลานบีบรัดหัวใจหลี่หลานเฟิงอยู่รางๆ หรือว่าเขาเข้าใจผิดจริงๆ?
ในขณะที่หลี่หลานเฟิงกำลังตะลึงงันอยู่นั้น หลิงหลานก็เอ่ยเตือนคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มว่า “เพราะฉะนั้น รุ่นพี่หลี่ พวกเราต้องรู้จักทำความเข้าใจความเป็นจริงก่อนแล้วค่อยตัดสินใจอีกที ไม่อย่างนั้นมีความเป็นไปได้สูงว่าจะนำพาปัญหาที่ไม่จำเป็นบางอย่างมาให้ตัวเองและคนอื่น ฉันเชื่อว่ารุ่นพี่หลี่ก็คิดแบบนี้เหมือนกันใช่ไหมครับ”
คำพูดของหลิงหลานสื่อความหมายข่มขู่อยู่รางๆ แต่หลี่หลานเฟิงได้ยินคำพูดนี้แล้วกลับไม่สนใจเลยสักนิดเดีนว ตรงกันข้ามเขากล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ฉันแค่กลัวว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับพวกรุ่นน้องหลิงหลานจริงๆ พวกนายเพิ่งจะล่วงเกินเหลยถิงไป แล้วยังล่วงเกินเทียนจีอีก ต่อไปอยู่ในโรงเรียนจะลำบากจริงๆ นะ แต่ในเมื่อเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับพวกรุ่นน้อง งั้นฉันก็วางใจแล้ว”
คำพูดของหลี่หลานเฟิงทำให้คิ้วของหลิงหลานขมวดเข้าหากันเล็กน้อย คำพูดที่หลี่หลานเฟิงคนนี้กล่าวกับเธอพวกนี้หมายความว่าอะไรกันแน่? หรือว่าเป็นแค่เจตนาดีจริงๆ?
หลี่หลานเฟิงกลับไม่สนใจความคิดของหลิงหลาน เขาบอกลาหลิงหลานทันที ก่อนที่จะจากไปก็เอ่ยขึ้นมาประโยคหนึ่งราวกับเป็นห่วง หรือว่ามีเจตนาอื่น เขาพูดว่า “รุ่นน้อง การกลายพันธุ์ทางจิตของนายแข็งแกร่งมาก แต่ถ้าใช้น้อยลงได้ก็พยายามใช้ให้น้อยที่ส