“ไม่ได้รู้สึกรุนแรงขนาดนั้นแล้ว หลังจากที่ปราบบุคลิกเย็นชาสุดขีดได้แล้ว ฤทธิ์ยานั้นก็อ่อนลงไปมาก บุคลิกเย็นชาสุดขีดคือท่าไม้ตายในการจัดการกับยาปลุกอย่างที่คาดไว้เลย” ลั่วล่างที่ทำหน้าไม่รู้เรื่องราวเอ่ยด้วยความตื่นเต้น
นี่ทำให้ดวงหน้าเย็นเยียบของหลิงหลานที่ยืนอยู่ด้านข้างอดสั่นระริกเบาๆ ไม่ได้ เอาเถอะ เธอเป็นคนเลว เธอไม่มีทางบอกความจริงกับลั่วล่างแน่นอนว่า ความจริงแล้วการบาดเจ็บของนายในคืนนี้คือเรื่องที่ไม่จำเป็นเลย
“อาการบาดเจ็บของนายเป็นยังไงบ้าง?” หลิงหลานยังคงอดไม่ไหวขยี้จมูกเอ่ยถามด้วยความกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง
ลั่วล่างได้ยินคำพูดก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ ฉับพลันว่า “ไม่ค่อยดีนัก บาดเจ็บหนักมากเลย ดูเหมือนต้องไปรักษาที่ศูนย์รักษาสักรอบแล้ว”
“ไปที่ศูนย์วิจัยแพทย์ทหารดีกว่านะ” หลิงหลานกล่าว
รอยยิ้มบนใบหน้าลั่วล่างแข็งทื่อคล้ายกับนึกอะไรบางอย่างได้ หลิงหลานเลิกคิ้วถามว่า “นึกถึงไอ้สวะนั่นขึ้นมา? กลัวเหรอ?”
ลั่วล่างส่ายหน้ากล่าวว่า “ไม่ใช่ ลูกพี่จัดการไอ้สวะนั่นแล้ว ฉันต้องกลัวอะไรอีก?” เขากล่าวถึงตรงนี้ ใบหน้าก็เผยความเย็นชาออกมา “ฉันเชื่อว่าตอนนี้เขาจะต้องอยู่ไม่สู้ตายแน่นอน”
ลั่วล่างเชื่อใจหลิงหลานมาก รู้ว่าลูกพี่ของเขาไม่มีทางปล่อยอีกฝ่ายไปง่ายๆ แบบนี้ ถึงแม้ลูกพี่ของเขาไม่อาจเอาชีวิตของอีกฝ่ายได้เพราะไม่อยากก่อความวุ่นวาย แต่ลูกพี่จะต้องใช้วิธีการอื่นมาทำลายอีกฝ่ายแน่นอน ยกตัวอ