ไม่นานลั่วล่างร้องครางทีหนึ่ง ลืมตาของตัวเองขึ้นมาก่อนจะเห็นชายหนุ่มชุดขาวกำลังมองเขาด้วยใบหน้ายิ้มละไม สีหน้าของลั่วล่างเปลี่ยนไปโดยพลัน เขารู้แล้วว่าท้ายที่สุดเขายังคงหลบหนีจากสถานที่เกิดเหตุนั้นไม่ได้ ถูกฝ่ายตรงข้ามจับตัวมา
เขาดิ้นรนสักพักก็ได้ยินเสียงเคล้งดังมาจากเหนือหัว ลั่วล่างเงยหน้ามองไปก็เห็นว่าสองมือของตัวเองถูกโซ่ล็อกไว้ และยาชายังไม่หายไปจนหมด เขายังคงรู้สึกอ่อนแรงไร้กำลังอยู่
“แกเป็นใคร? คนของกลุ่มไหน? ทำไมต้องจับฉันมาด้วย?” ลั่วล่างใจเย็นลงอย่างรวดเร็วแล้วเอ่ยปากถาม เสียงของเขาแหบพร่าและอ่อนเปลี้ยอยู่บ้าง ทว่าในหูของซือหมิงอี้ได้ยินแล้วกลับรู้สึกว่ามันมีกลิ่นอายเย้ายวนใจ
“ซือหมิงอี้ นักเรียนดีเด่นชั้นปีสี่ของภาควิชาควบคุมยานรบ รองหัวหน้ากลุ่มหุ่นรบเทียนจี ส่วนเรื่องทำไมถึงจับตัวเธอมา?” ซือหมิงอี้ยืนมือไปจับแก้มของลั่วล่างด้วยใบหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม แล้วกล่าวด้วยสีหน้าลุ่มหลงว่า “เป็นเพราะว่าฉันชอบเธอไงล่ะ…”
ลั่วล่างอยากหลบนิ้วมือของซือหมิงอี้ด้วยความขยะแขยง แต่เขาก็ทำไม่สำเร็จ และก็อึ้งไปกับคำพูดของซือหมิงอี้อีกครั้ง เขาเข้าใจอย่างรวดเร็วก่อนจะกล่าวด้วยความเดือดดาลว่า “ปล่อยฉันนะ แกมันโรคจิต”
“โรคจิตเหรอ? ถ้าชอบนายแล้วต้องกลายเป็นคนโรคจิตจริงๆ ละก็ ฉันขอยอมรับด้วยความเต็มใจ!” ใบหน้าของซือหมิงอี้เผยรอยยิ้มขมขื่นออกมา สีหน้านี้ทำให้ลั่วล่างตกตะลึงไปอีกครั้ง แต