ละคนอื่นๆ แวบหนึ่ง กำชับว่า “อู่จย่ง จี้จวิน ฉันมอบหมายให้พวกนายจัดการที่นี่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกนายต้องรักษาตำแหน่งไว้ จำเอาไว้ว่ากลุ่มนักเรียนใหม่ของเราไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น และก็ไม่มีใครเคยออกไป…ส่วนลั่วล่างแค่ไปศูนย์วิจัยแพทย์เพื่อตรวจอาการซ้ำเท่านั้น”
หลิงหลานกำชับคำพูดประโยคนี้เสร็จก็เร่งฝีเท้าออกไปจากบ้านพักโดยไม่หันหน้ากลับมาเช่นกัน ก่อนจะหายตัวไปท่ามกลางความมืดมิดในยามราตรีอย่างรวดเร็ว
อู่จย่งเก็บสายตาที่ทอดมองของตัวเองกลับมาแล้วหันหน้าไปถามหานจี้จวินด้วยความสงสัยว่า “หานจี้จวิน นายว่าลูกพี่หลานตั้งใจจะทำอะไรน่ะ?”
หานจี้จวินส่งสัญญาณให้พวกเขากลับไปนั่งลงบนโซฟาที่ห้องโถง และให้หลินจงชิงหาสำรับไพ่เข้ามาฆ่าเวลาเล่น จากนั้นถึงค่อยตอบว่า “กลุ่มหุ่นรบเทียนจีจะเจอโศกนาฎกรรมแล้ว…”
“ฮะ?” อู่จย่งคาดเดาว่าหลิงหลานคิดจะไปช่วยคนตามลำพังเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงไม่เข้าใจว่าทำไมหลิงหลานถึงไม่ให้คนอื่นๆ รู้ว่าคนของกลุ่มหุ่นรบเทียนจีจับลั่วล่างไปแล้ว
หานจี้จวินแค่ส่ายหน้า ไม่คิดแก้ไขข้อสงสัยให้อู่จย่งเลย นี่ทำให้อู่จย่งกระวนกระวายใจ หัวใจเกิดความร้อนรนขึ้นมา ต่อให้เล่นไพ่ก็เล่นได้ไม่ดีเท่าเดิมเช่นกัน
ความจริงแล้วเซี่ยอี๋ก็คลางแคลงใจอยู่บ้างเหมือนกัน แต่เขารู้ว่าตำแหน่งของตัวเองคืออะไรก็เลยไม่ไปครุ่นคิดเรื่องนี้ ดังนั้นเขาจึงไม่มีท่าทีไม่แน่ใจเหมือนอู่จย่ง สุดท้ายยังคงเป็นหลินจงชิงที่ทน