ดของเขาหรือเปล่า เขาสั่งทันทีว่า “อีกเดี๋ยวก็ตามฉันไปที่ศูนย์วิจัยแพทย์ทหาร ต่อไปฉันจะรับผิดชอบอาการบาดเจ็บของนายเอง”
“ไม่จำเป็น ในเมื่อที่นี่ก็รักษาหายได้เหมือนกัน ฉันจะไปที่นั่นทำไม?” หลี่อิงเจี๋ยปฏิเสธกลับด้วยความเย่อหยิ่ง เขาไม่อยากติดหนี้น้ำใจญาติผู้พี่คนรองที่น่ารำคาญคนนี้ เขายินดีอยู่ที่นี่รับความทรมานเพิ่มหน่อย
หลี่ซื่ออวี๋ได้ยินคำกล่าวก็ก้มตัวลงมาด้วยใบหน้าดำทะมึน ก่อนจะตบหน้าดื้อรั้นของหลี่อิงเจี๋ยที่ยังขยับเขยื้อนไม่ได้ในแคปซูลรักษาเบาๆ เอ่ยเสียงต่ำว่า “เรื่องที่ฉันรับช่วงต่อรักษานายกลายเป็นจริงแล้ว ดังนั้นนายก็ยอมรับชะตาซะ”
ดวงหน้าทะมึนของหลี่ซื่ออวี๋ทำให้ระฆังเตือนภัยในใจหลี่อิงเจี๋ยดังลั่น หรือว่าญาติผู้พี่คนรองของเขาเปลี่ยนจากลิ้นอาบยาพิษมาเป็นมืออาบยาพิษแล้ว? เขาพยายามดิ้นรน อยากจะพูดออกมา ทว่าในตอนนี้เอง จู่ๆ ก็มีเสียงเย็นเยียบหนึ่งดังขึ้นมาจากหน้าประตูหลักของศูนย์รักษา ถึงแม้ศูนย์รักษาใหญ่โตมาก มีผู้คนมากมาย ทว่าเสียงนี้ดูเหมือนดังขึ้นที่ข้างหูทุกคน ได้ยินชัดเจนมาก
“ฉันอยากรู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?” เด็กหนุ่มเคร่งขรึมเย็นชาที่ปล่อยไอหนาวเหน็บออกมาทั่วร่างค่อยๆ เดินจากประตูเข้ามาในศูนย์รักษาหลังจากคำพูดประโยคนี้
ไมรู้ว่าเพราะอะไรเมื่อเขาเข้ามาในศูนย์รักษา อุณหภูมิทั่วทั้งศูนย์คล้ายกับลดลงไปหลายองศา ถึงขนาดที่มีบางคนสัมผัสได้ถึงแรงกดดันไร้รูปสายหนึ่งย่างกรายมา