ำไว้ว่าต้องต่อสู้อย่างสุขุมมั่นใจ อย่าบุ่มบ่ามเข้าไป พวกเราก็เอาชนะการประลองรอบนี้ได้” อู่จย่งที่กำลังหลบอยู่บนเวทีประลองนึกถึงคำพูดที่หลิงหลานบอกเขาตอนที่ขึ้นเวที ในใจก็รู้สึกเคารพนับถือไม่หยุด
หลังจากที่รับกระบวนท่าของอีกฝ่ายเมื่อสักครู่นี้ เขาก็รู้ความสามารถของฝ่ายตรงข้ามคร่าวๆ แล้วว่าอ่อนกว่าเขาเล็กน้อย เดิมทีอู่จย่งสามารถเลือกบุกจู่โจม ต่อสู้กันอย่างดุเดือดก็ล้มอีกฝ่ายได้เหมือนกัน แต่อู่จย่งไม่อยากทำแบบนี้
การต่อสู้อย่างยากลำบากติดต่อกันสามรอบทำให้ อู่จย่งอยากใช้ชัยชนะที่ราบรื่นมาพิสูจน์ความแข็งแกร่งของกลุ่มนักเรียนใหม่พวกเขา ดังนั้นเขาจึงจงใจทำตัวอ่อนแอ ให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดคิดว่าความสามารถของเขาอ่อนแอกว่าคู่ต่อสู้ แล้วทิ้งการป้องกันมาบุกโจมตีอย่างเต็มที่…
แน่นอนว่ายังมีอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อู่จย่งวางแผนแบบนี้ นั่นก็คือเขารู้ว่าวิชาที่อีกฝ่ายเรียนคือวิชาต่อสู้ชั้นยอดที่ใช้กันในกองทัพ ถ้าหากวิชาอีกฝ่ายเรียนเป็นวิชาต่อสู้อื่น เขาคงไม่ทำแบบนี้ อย่างไรเสีย มีความเป็นไปได้สูงว่าการจงใจทำตัวอ่อนแอจะกลายเป็นการโอ้อวดจนแสดงความโง่เขลาออกมาแทน ทำให้อีกฝ่ายฉวยโอกาสกุมสถานการณ์ได้ ตรงกันข้ามกับทำให้เขาตกเป็นฝ่ายถูกกระทำแทน ก็เหมือนกับการประลองของลั่วล่างในรอบแรก เนื่องจากการดูถูกของฝ่ายตรงข้าม ทำให้ลั่วล่างกุมสถานการณ์เป็นฝ่ายได้เปรียบอย่างมั่นคงมาครั้งหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม อีกฝ่ายดันเรียนว