งกันได้!
‘ปัง!’ ฉางเล่อถูกกระบวนท่านี้ของอู่จย่งซัดออกไปทันทีก่อนจะล้มลงกับพื้นอย่างหนักหน่วง ไถลออกไปหลายเมตร หลังจากนั้นถึงค่อยกระอักเลือดพรวดออกมาคำหนึ่ง…
ฉากที่อยู่เหนือความคาดหมายทำให้ทุกคนตกตะลึงอย่างมาก เนื่องจากฉางเล่อได้เปรียบในการต่อสู้มาตลอด ไม่นึกเลยว่าสถานการณ์จะพลิกผันกะทันหัน อู่จย่งล้มอีกฝ่ายได้ในกระบวนท่าเดียว
ฉางเล่อล้มลงไปตรงนั้นแล้วก็ปิดหน้าอกของตัวเองไว้ ไม่อาจควบคุมเลือดในปากได้ เขาเอ่ยถามด้วยความทรมานว่า “นายรู้กระบวนท่าแบบนี้ได้ยังไง…” เขาคุ้นเคยกับวิชาต่อสู้ที่กองทัพใช้ ย่อมต้องรู้ว่ากระบวนท่าที่อีกฝ่ายใช้นั้นมาจากสำนักเดียวกับเขา
อู่จย่งตอบอย่างเย็นชาว่า “ในเมื่อเรียนทักษะการต่อสู้ที่กองทัพใช้ก็น่าจะรู้ว่าตระกูลไหนเก่งกาจด้านทักษะการต่อสู้ที่กองทัพใช้มากที่สุด”
ฉางเล่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ หน้าของเขาซีดเผือดมากยิ่งขึ้น “ตระกูลอู่ ที่แท้นายก็มาจากตระกูลอู่นั่นเอง…ฉันโชคร้ายมากเกินไป” เขากล่าวจบก็แผ่ร่างหมดสติไปโดยสิ้นเชิง ยังถือว่าอู่จย่งลงมืออย่างปรานีอยู่ แค่ซัดใส่หัวใจของเขาจนบาดเจ็บเท่านั้น ไม่ได้ทำลายทั้งหมด ไม่เช่นนั้นฉางเล่อคงไม่มีโอกาสเอ่ยคำพูดเหล่านี้กับเขา…
โชคร้าย? แค่โชคร้ายเท่านั้นจริงๆ เหรอ? มุมปากของอู่จย่งเผยร่องรอยความเหยียดหยามออกมา เขารู้สึกอับอายอยู่บ้างที่ตัวเองสูญเสียความมั่นใจไปเมื่อสักครู่นี้ โชคดีที่ลูกพี่หลานทำให้เขารู้ว่าอันที่