ายังไงร่างกายที่เสียหายของเขาก็ไม่อนุญาตให้เขาทารุณมันครั้งแล้วครั้งเล่า สุดท้ายมันก็ประท้วงออกมาแล้ว
ครั้งนี้ฉีหลงขยับได้แค่ครึ่งก้าวเล็กๆ เท่านั้น น้อยกว่ารัศมีขอบเขตครั้งแรก ถึงแม้เขาหันตัวไปแล้ว แต่ก็ไม่สามารถหันไปทั้งหมด ดังนั้นจึงไม่มีเวลาและก็ไม่มีพื้นที่มุมองศาไปทำลายการโจมตีของฝ่ายตรงข้าม เขาได้ฝืนรับกระบวนท่านี้เพื่อป้องกันร่างกายตัวเองเท่านั้น
นี่คือการปะทะกันด้วยพลังปราณตรงๆ กับเนี่ยเฟิงหมิงครั้งแรกหลังจากที่ฉีหลงทะลวงขีดจำกัด แตกต่างตรงที่คราวนี้การโจมตีของเนี่ยเฟิงหมิงเป็นการหยั่งเชิง ดังนั้นมันไม่ใช่พลังที่แข็งแกร่งที่สุดของเขา ฉีหลงจึงฝืนยันเอาไว้ได้
หมัดของทั้งคู่ปะทะกันได้ประมาณหนึ่งหรือสองวินาที เนี่ยเฟิงหมิงก็ถูกแรงสะท้อนกลับของพลังทั้งสองคนกระแทกกลับไป ส่วนร่างของฉีหลงก็โซเซทันที เลือดที่เดิมทีหยุดไหลก็หลั่งรินลงมาจากปากเขาอีกครั้ง แต่ว่าต่อให้เป็นแบบนี้ เขาก็ไม่ได้ถอยหลังสักครึ่งก้าว
ไม่ใช่ว่าฉีหลงไม่อยากถอย หากแต่ถ้าถอยไปแล้ว ลมหายใจเขาที่ฝืนประคองขึ้นมานี้ก็จะรั่วไหลออกไป ต่อให้ฉีหลงอยู่ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เขาก็ยังไม่อยากยอมแพ้ เนื่องจากเขาไม่อยากแพ้ให้คนอื่นที่ไม่ใช่ลูกพี่ ในใจฉีหลง เขาแพ้ได้แค่หลิงหลานเท่านั้น
เป็นแบบนี้จริงๆ ด้วย! เนี่ยเฟิงหมิงลงสู่พื้นด้วยเท้าข้างเดียว เนื่องจากเท้าอีกข้างไม่อาจออกแรงได้แล้ว เขายังคงกระโดดถอยไปข้างหลังหลายก้าวเพื่อให้