วของฉีหลงมีคราบน้ำขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กสองแห่ง นั่นไม่ใช่เลือดที่ฉีหลงกระอักออกมาจากปาก หากแต่เป็นเหงื่อที่ไหลลงมาจากทั่วร่างกายเนื่องจากฝืนสะกดกลั้นความเจ็บปวดอย่างรุนแรงในการก้าวเท้าครึ่งก้าวนั้น…
หลิงหลานหลับตาลงด้วยความโศกเศร้า รู้สึกเสียดายแทนฉีหลง เธอรู้จักนิสัยของฉีหลงดี ขอเพียงมีโอกาสเอาชนะ เขาไม่คิดที่จะยอมแพ้แม้แต่น้อย แต่การทะลวงขีดจำกัดของฉีหลงยังช้ามากเกินไป อาการบาดเจ็บภายในของเขาสาหัสมากไป ร่างกายที่พังเสียหายไม่สามารถประคับประคองการโจมตีกลับของเขาได้แล้ว
อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกเสียดายของหลิงหลานนี้ฉายขึ้นมาแค่แวบหนึ่งเท่านั้น สิ่งที่เธอให้ความสนใจมากที่สุดยังคงเป็นการเก็บเกี่ยวที่ฉีหลงได้ในการประลองรอบนี้ ใช้ความพ่ายแพ้มาแลกกับการทะลวงขีดจำกัดของฉีหลง หลิงหลานคิดว่ามันคุ้มค่ามากเหลือเกิน
“เฟิงหมิง อย่ายอมแพ้ โจมตีทุกด้าน!” ลูกพี่ฮั่วตะโกนขึ้นมาอีกครั้ง
เนี่ยเฟิงหมิงเชื่อมั่นในตัวลูกพี่ฮั่วอย่างยิ่งยวด เมื่อได้ยินคำสั่งเช่นนี้ของลูกพี่ เท้าซ้ายของเขาก็กระทืบลงไปฉับพลันโดยที่ไม่คิดอะไรมากมาย ร่างของเขาลอยขึ้นมาราวกับพญานก คราวนี้เขาไม่ได้โจมตีฉีหลง หากแต่เชื่อฟังคำสั่งของลูกพี่ฮั่ว มาที่ด้านหลังฉีหลง…
หลังจากนั้นเขาค่อยกระโดดขึ้นมาอีกครั้ง ใช้กำปั้นชกใส่แผ่นหลังของฉีหลง!
‘ปัง!’ นี่เป็นเสียงที่สองหมัดปะทะใส่กันอย่างรุนแรง ถึงแม้ฉีหลงอยากหันตัวไปอย่างสุดความสามารถ แต่ไม่ว่