ขาจะเก็บไว้ไม่อยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ปวดใจก็ส่วนปวดใจ เขาเป็นห่วงอาการบาดเจ็บของหลี่อิงเจี๋ยบนเวทีประลองมากกว่า “ซื่ออวี๋ ญาติผู้น้องของนายโดนกระบวนท่านั้นคงไม่เป็นไรใช่ไหม?”
“ขอเพียงยังมีลมหายใจก็ไม่ตายหรอก” หลี่ซื่ออวี๋ตอบกลับอย่างโหดเหี้ยม
คำพูดของหลี่ซื่ออวี๋ฟังดูสบายๆ แต่ในใจเขากลับเป็นห่วงญาติผู้น้องที่ทำให้ผิดหวังคนนั้นอยู่ดี ถึงยังไงหมอนั่นได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างยิ่งยวด เกรงว่าจะขยับเขยื้อนไม่ได้แล้ว มีความเป็นไปได้สูงที่วินาทีถัดมาจะหมดสติล้มลงไปบนเวทีประลอง หลี่อิงเจี๋ยไม่ได้เลือกหลบการโจมตีอย่างหนักหน่วงของซ่งเหลียนลู่ หากแต่ตัดสินใจใช้ร่างกายฝืนรับไปตรงๆ…นี่เป็นการบาดเจ็บภายในจากการปะทะจริงๆ
หลี่ซื่ออวี๋ย่อมรู้เช่นกันว่า ไม่ใช่ว่าหลี่อิงเจี๋ยหลบไม่ได้ หลี่ซื่ออวี๋รู้ดียิ่งว่าการโงนเงนนั้นคือการหลอกล่อ เนื่องจากเดิมทีตระกูลหลี่ก็มีกระบวนท่ารวมกันเช่นนี้อยู่ เพียงแต่เขาคิดไม่ถึงว่าหลี่อิงเจี๋ยจะใช้วิธีการเจ็บแลกเจ็บไปโต้กลับคืน ถึงแม้หลี่ซื่ออวี๋คิดว่านี่ไม่คุ้มค่าอยู่บ้าง แต่ต้องยอมรับว่าถ้าหลี่อิงเจี๋ยอยากสร้างความเสียหายให้คู่ต่อสู้อย่างหนักหน่วง ก็มีเพียงตัวเลือกแบบนี้เท่านั้นถึงจะมีโอกาสทำสำเร็จ ควรรู้เอาไว้ว่าถ้าเกิดหลี่อิงเจี๋ยเลือกหลบ ฝ่ายตรงข้ามก็มีโอกาสหลบท่าไม้ตายของหลี่อิงเจี๋ยเช่นเดียวกัน…
“หมอนี่อำมหิตกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย” ลงมืออย่างโหดเหี้ยมไม่เพียงต่อคนอื่น