ิงเจี๋ยก็ตกลงพื้นก่อนจะถอยไปสามก้าวถึงค่อยยืนอย่างมั่นคงเช่นเดียวกัน ในสายตาของนักเรียนที่ชมการประลอง พวกเขาสองคนต่อสู้ได้อย่างสูสีกัน ไม่มีใครด้อยไปกว่ากันเลย
มีเพียงคนที่มีสายตาเฉียบคมถึงสังเกตเห็นว่า มือซ้ายที่ห้อยลงต่ำของหลี่อิงเจี๋ยกำลังแกว่งเบาๆ อย่างไม่อาจควบคุมได้ การป้องกันการโจมตีของศัตรูอย่างรุนแรงเมื่อสักครู่นี้ทำให้มือซ้ายของหลี่อิงเจี๋ยได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างชัดเจน
อู่จย่งกับฉีหลงเห็นแล้วต่างเข้าใจดี พวกเขาอดหน้าเปลี่ยนสีไม่ได้ อู่จย่งยังเอ่ยด้วยความเป็นห่วงว่า “มือซ้ายของหลี่อิงเจี๋ยได้รับบาดเจ็บ ดูท่าต่อไปจะสู้ยากแล้ว”
หลิงหลานเอ่ยอย่างนิ่งเรียบว่า “การประลองรอบนี้ เดิมทีหลี่อิงเจี๋ยก็อยู่ในสภาพเสียเปรียบ ดังนั้นแพ้ชนะไม่ใช่เรื่องสำคัญ ฉันอยากเห็นแค่ว่าเขาสามารถต่อสู้ได้จนถึงขั้นไหนเท่านั้น”
หลี่อิงเจี๋ยมีจุดอ่อนถึงตายอยู่ เมื่อเขารู้ว่าตัวเองอยู่ในสภาพเสียเปรียบ ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่าย เขาก็จะยอมแพ้ได้ง่ายมาก นิสัยเขาขาดความอดทนอยู่บ้าง นี่ก็เป็นเหตุผลที่เขาแพ้ลั่วล่างหลายครั้ง สุดท้ายก็รั้งอยู่อันดับห้าด้อยกว่าลั่วล่างเล็กน้อยมาตลอด
หลิงหลานคิดแบบนี้ ในเมื่อหลี่อิงเจี๋ยยอมรับเธอเป็นลูกพี่ด้วยใจจริงแล้ว เธอก็อยากช่วยหลี่อิงเจี๋ยแก้ไขปัญหาข้อนี้เช่นกัน และวันนี้ก็เป็นโอกาสดี หายากที่หลี่อิงเจี๋ยจะมีความคิดอยากต่อสู้อย่างรุนแรงแบบนี้