ม่ได้ตระหนักอย่างลึกซึ้งมากนัก แต่อู่จย่งกับฉีหลงลอบพึมพำกับตัวเองว่า พวกเขาต้องเก็บงำพลังปราณตอนที่ขึ้นไปประลองบนเวทีเพื่อป้องกันไม่ให้ต่อสู้จนเวทีประลองแห่งนี้พังทลายไหม?
หลิงหลานเห็นบรรดาเพื่อนๆ ทำสีหน้าตื่นตกใจก็ลอบถอนหายใจ เธอเอ่ยปากอธิบายว่า “นี่เป็นเทคโนโลยีจำลองชั้นสูง แสดงพลังของผู้เข้าประลองบนเวทีออกมาโดยตรง สามสิบวินาทีให้หลังก็จะกลับคืนเป็นปกติได้”
คำพูดเพิ่งจะถูกกล่าวออกมาก็เห็นพื้นที่แตกออกบนเวทีประลองค่อยๆ สมานกัน สุดท้ายก็ฟื้นฟูกลับคืนมาโดยสมบูรณ์ ฉากนี้ทำให้เหล่านักเรียนใหม่อุทานไม่หยุดด้วยความตกใจอีกครั้ง ไม่นึกเลยว่าโรงเรียนทหารจะนำวิธีการจำลองมารวมกับเวทีประลอง ใช้วิธีการเช่นนี้แสดงพละกำลังและอานุภาพของนักสู้ออกมาให้ชมการประลองโดยที่เผชิญกับสภาพแวดล้อมดังกล่าวด้วยตัวเอง
พวกฉีหลงกับอู่จย่งเห็นฉากนี้ก็หันหน้าไปมองหลิงหลานด้วยความนับถือ ลอบเอ่ยว่า ‘ลูกพี่คือลูกพี่จริงๆ มีความรู้กว้างขวาง ไม่ว่าอะไรก็ปิดบังสายตาของเขาไม่ได้เลย’
หลิงหลานรับสายตาเคารพนับถือของพวกเพื่อนๆ ด้วยใบหน้านิ่งเรียบ ทว่ากำลังเหงื่อแตกอยู่ในที่ลับ โชคดีที่เสี่ยวซื่อเตือนเธอได้ทันเวลา ไม่อย่างนั้นเธอก็เป็นคนที่โดนหลอกเหมือนกัน! แน่นอนว่าหลิงหลานเองก็ดีใจที่ตัวเองมีหน้าน้ำแข็ง นิ่งสนิทดุจขุนเขา ไม่ได้เปิดเผยความเป็นจริงออกไป รักษาภาพลักษณ์อันสูงส่งของเธอในสายตาเพื่อนๆ ไว้…
ในขณะที่ทางด้านหลิงหลานก