ับหัวใจของเรื่องไว้มั่น “เจินเหรินนิกายมารที่พวกเราล้อมไว้ตรงนี้ น่าจะเป็นผู้บัญชาการฝ่ายนั้นในการศึกครานี้”
“อีกฝ่ายยอมลงมือด้วยตนเอง จึงล่อให้เราติดกับ”
“แต่นั่นหมายความว่า เขาเองก็ตกอยู่ในวงล้อมของเรา!”
“ในยามนี้ เหลือเพียงต้องลงมือกับเขาก่อน ใช้ท่าทีดั่งเขากดไข่ ฟาดด้วยพลังดั่งภูผาถล่ม เพื่อบีบบังคับให้เจินเหรินนิกายมารคนอื่นต้องออกมาช่วย ถึงจะสร้างโอกาสตีฝ่าวงล้อมได้!”
ด้วยสายตาเฉียบแหลมของเจินเหรินแห่งห้าธาตุ คำวินิจฉัยนี้ถือว่ายังนับว่าล้ำลึก
ความจริงก็เป็นดังที่เขาคาด แม้ลวี่หยางจะยอมสวมบ่วงด้วยตนเป็นเหยื่อล่อ แต่เจินเหรินอิ๋นซานไม่มีทางจะยอมแลกชัยชนะด้วยการสละชีวิตเขา
หากลวี่หยางตกอยู่ในภัยถึงตาย อีกฝ่ายย่อมเลือกทิ้งวงล้อมแล้วเข้าไปช่วยเป็นแน่
…หากแต่เรื่องเดียวที่เจินเหรินแห่งห้าธาตุอ่านพลาด คือ พลังของลวี่หยาง
“ครืน!”
ชั่วพริบตา ลมปราณของเจินเหรินขั้นสร้างรากฐานสิบกว่ารายปะทะกัน แม้จะอยู่ในนภาสูง แต่แรงกระแทกกลับทำให้เปลือกโลกเบื้องล่างแยกออก เสมือนมังกรดินพลิกกาย
เหล่าเจินเหรินล้วนรู้สึกว่าดวงตาพลันมืดบอด พลังจิตที่แผ่กระจายออกมาก็ถูกแรงปะทะสลายแหลกเป็นผุยผง แม้แต่กาลเวลาก็คล้ายหยุดชะงัก เสียงไม่อาจได้ยิน สรรพสิ่งไม่อาจเห็น จวบจนชั่วขณะจึงเริ่มฟื้นสติ จ้องมองฉากตรงกลางด้วยใจตื่นระทึก
หากแต่สิ่งที่เห็น กลับชวนให้ตกตะลึงนัก
ทั้งสองฝ่าย ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อ