ะเทือนไปทั่วทั้งตัวจนเลือดลมปั่นป่วน อดกระอักเลือดออกมาไม่ได้…
“หลิงเทียนอีเซี่ยนอยากฆ่าเขาหรือไง?” นี่คือความคิดแรกของจีอู๋ปู้ซิว แต่เขาก็โยนความคิดนี้ออกไปอย่างรวดเร็ว เพราะเขาเชื่อว่าจากความสามารถของหลิงเทียนอีเซี่ยน หากอีกฝ่ายอยากฆ่าเขาก็ทำได้ง่ายดายมาก ไม่จำเป็นต้องทำให้เขาบาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ เลย
ส่วนทางด้านหลิงหลานก็อาศัยแรงเตะจีอู๋ปู้ซิวช่วยเร่งความเร็วของเครื่องยนต์พุ่งทะยานขึ้นไปบนฟ้า หลบการจู่โจมกะทันหันที่ฉับไวของแสงสีเงิน ในขณะเดียวกันก็ช่วยจีอู๋ปู้ซิวหลบการลอบสังหารที่โหดร้ายครั้งนี้ด้วย เนื่องจากคนแรกที่ปะทะกับเส้นทางการโจมตีของแสงสีเงินนี้คือจีอู๋ปู้ซิว
หลิงหลานบังคับหุ่นรบให้ร่อนลงพื้นอย่างมั่นคง เธอมองงูเหลือมยักษ์สีเงินตัวหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปสิบกว่าเมตรวนเวียนเตรียมพร้อมจู่โจมอีกครั้งด้วยความระมัดระวัง งูเหลือมตัวนี้ยังใหญ่กว่างูเหลือมที่หลิงหลานสังหารไปก่อนหน้านี้ ดวงตาทั้งสองข้างของงูที่ใหญ่ราวกับโคมไฟส่องประกายเย็นเยียบอำมหิต ไม่ได้ปกปิดจิตสังหารในนั้นเลยแม้แต่น้อย
“ไม่นึกเลยว่าสัตว์อสูรที่วนเวียนอยู่ที่นี่คือเผ่างูเหลือม” หลิงหลานขมวดคิ้ว ถึงแม้หลิงหลานจะโดนมิติการเรียนรู้สั่งสอนจนไม่เหมือนผู้หญิง ไม่กลัวสัตว์อสูรสัตว์ป่าอะไรทั้งนั้น แต่ก็ยากจะฝังความรู้สึกรังเกียจสัตว์เลื้อยคลานเลือดเย็นที่มันลื่นแบบนี้อย่างยิ่งในธรรมชาติของเธอ ดังนั้นเมื่อเธอเจอคู่ต่อสู้ที่เ