เกตการเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของฉีหลงด้วยความจริงจังไปพลาง แต่กลับพบว่าฉีหลงไม่มีปฏิกิริยาต่อคำพูดของเขาเลยสักนิดเดียว นี่ทำให้จางจิงอันขมวดคิ้วเล็กน้อย ในใจรู้สึกลังเลอยู่บ้าง
หลิงหลานย่อมรู้ดีว่าจางจิงอันวางแผนอะไรเอาไว้ แต่เธอไม่สนใจเลย เดิมทีเธอก็มีความคิดผลักกันให้ฉีหลงอยู่ตำแหน่งสูงๆ เพียงแต่ฉีหลงเป็นพวกบ้าการต่อสู้ ไม่สนใจเรื่องแบบนี้เลย
จางจิงอันเห็นว่าทั้งสองคนเมินคำพูดของเขา และถึงขนาดสัมผัสได้ว่าในสายตาของหลิงหลานแฝงความเยาะหยันไว้เล็กน้อย เขาก็ได้แต่หยุดการยุยงของตัวเองด้วยความคับแค้นใจแล้วก็ทักทายหลิงหลานท่ามกลางเสียงหัวเราะขึ้นจมูกว่า “แล้วก็รุ่นน้องหลิงหลาน ไม่ได้เจอกันหลายปี ท่าทีสง่างามของนายยังคงเหมือนเมื่อตอนนั้นเลย” ช่วงเวลาหลายปีที่จางจิงอันอยู่ในโรงเรียนทหารทำให้เขาดูเป็นผู้ใหญ่และมีความอดทนมากกว่าตอนที่เขาอยู่ในสถาบันอย่างเห็นได้ชัด
ในเมื่อทางด้านฉีหลงไม่มีหวังก็จำต้องเลือกหลิงหลานแล้ว จางจิงอันเปลี่ยนความคิดในชั่วพริบตา กลับมาที่ความตั้งใจของเขาในตอนแรกอีกครั้ง
หลิงหลานทำสีหน้าไร้ความรู้สึก ยังคงรักษาหน้านิ่งๆ ของเธอไว้ เอ่ยด้วยความเย็นชาว่า “ขอบคุณครับ!”
เสียงที่ไม่มีความอบอุ่นอะไรเลยนี้ทำให้จางจิงอันสะอึกไป ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงค่อยฉีกยิ้มออกมา เพียงแต่รอยยิ้มนั้นดูฝืนๆ อยู่บ้าง
ควรพูดว่าจางจิงอันไม่คิดเลยว่าหลิงหลานจะไม่ไว้หน้าเขาขนาดนี้ ไม่ยอมทำตามมารยาทเลยสักน