ยวรั้งเธอต่อเลย
เมื่อเห็นแผ่นหลังของหลิงหลานหายไป สีหน้าของจางจิงอันก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาฝืนข่มกลั้นโทสะในหัวใจแล้วหันหน้ามองไปที่ฉีหลงและกล่าวเชื้อเชิญว่า “รุ่นน้องฉีหลงสนใจสนับสนุนกลุ่มสถาบันศูนย์กลางของฉันไหม?”
ฉีหลงอ้าปากหาวกว้างๆ โบกมือพูดปฏิเสธอย่างดูดีว่า “พวกเราติดตามลูกพี่หลาน เขาไม่สนใจ พวกเราก็ไม่สนใจเหมือนกัน ขอโทษด้วยนะครับ รุ่นพี่จาง! เหนื่อยมากเกินไปแล้วจริงๆ ผมเองก็อยากพักผ่อนแล้ว บาย!” เขากล่าวจบก็ออกไปจากห้องโถงกลับไปพักผ่อนในห้องตัวเองเช่นกัน
การปฏิเสธโดยไม่ไว้หน้าเลยสักนิดจากสองคนที่แข็งแกร่งที่สุดของสถาบันศูนย์กลางลูกเสือในรุ่นนี้ทำให้จางจิงอันอยู่ต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว เขาบอกลาพวกหานจี้จวินอย่างคับแค้นใจ แล้วออกไปจากบ้านพักของหลิงหลานอย่างรวดเร็ว
“แม่ง พูดดีๆ ไม่ชอบ ชอบให้ใช้กำลังบังคับสินะ คิดว่าตอนนี้ยังเป็นเวลาที่เขาเรียกลมเรียกฝนได้จริงๆ หรือไง?” เมื่อจางจิงอันกลับไปที่บ้านพักของตัวเอง เขาก็ปาถ้วยชาที่อยู่บนโต๊ะชาในห้องโถงลงกับพื้นอย่างรุนแรง เขาเพิ่งจะโดนทางฝั่งหลิงหลานดูถูกมา ตอนนี้จึงบันดาลโทสะออกมาในที่สุด
“หัวหน้า ต่อไปพวกเราจะทำยังไงดี? ต้องสั่งสอนพวกเขาไหม?” ลูกทีมของเขาเดินเข้ามาใกล้แล้วถามเสียงเบา นี่เป็นวิธีการที่จางจิงอันและพวกเขาทำมาโดยตลอด ใครไม่ยอมสวามิภักดิ์ ก็จะส่งทีมไปขวางแล้วบังคับให้ยอมศิโรราบ จนฝ่ายตรงข้ามเข้าร่วมกลุ่มของเขา
แววตาของจางจิ