ายิ้มเจื่อนๆ สีหน้าของเขาพลันเปลี่ยนไปยกใหญ่ “หรือว่าอำนาจควบคุมยานบินถูกสับเปลี่ยน?”
เทียนฟางเอ่ยด้วยรอยยิ้มฝืดเฝื่อนว่า “ใช่เลย!” ถ้าไม่ใช่เพราะสาเหตุนี้ ใครจะควบคุมยอดฝีมือระดับเขตแดนอย่างเขาได้
ผ่านไปพักใหญ่ สีหน้าสับสนของจิ่งเริ่นค่อยกลับคืนเป็นปกตินิดหน่อย เขาพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า “เรื่องนี้จะให้กองทัพรู้ไม่ได้เป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นพวกนายสองคนจะโดนลงโทษ ถึงขนาดที่โชคร้ายถูกส่งขึ้นศาลทหารได้เลยนะ”
“นักเรียนทหารเยอะขนาดนั้น อาจจะคุมเรื่องนี้ไว้ไม่อยู่” ลั่วหย่างกล่าว “แต่ขอเพียงมีคนๆ นึงยินดีลงมือจัดการ พวกเราก็จะไม่เป็นไร”
จิ่งเริ่นได้ยินคำพูด สีหน้าก็กระตุก “หมายความว่ายังไง?”
“ขอเพียงนายพลหลิงเซียวยินดีจัดการเรื่องนี้…”
“นายพลหลิงเซียว!” จิ่งเริ่นตะโกนขึ้นมา “นี่จะเป็นไปได้ยังไง? เขามีเหตุผลอะไรถึงลงมือช่วยเหลือพวกเรา?”
“เพราะว่าผู้นำนักเรียนทหารใหม่ในการยึดแตรที่เจ็ดก็คือลูกชายของนายพลหลิงเซียวไงล่ะ พวกเราไม่ไปให้เขาจัดการ แล้วจะไปหาใคร?” พันเอกเทียนฟางทิ้งระเบิดหนึ่งลูกทันที
“ว่าไงนะ? นายพลหลิงเซียวมีลูกชายแล้ว?” จิ่งเริ่นไม่อยากจะเชื่อ เขาเอามือซ้ายกุมหน้าผากตัวเองไว้ และก็โบกมือขวาพูดว่า “แปบนะ ให้ฉันจัดการความคิดก่อน ข้อมูลนี้ใหญ่ไปหน่อย ซีพียูของสมองฉันจัดการไม่ไหวแล้ว”
ในที่สุดพลตรีจิ่งเริ่นก็กลับมาใจเย็นลง เขาครุ่นคิดสักพัก คนที่สามารถลงมือและยินดีลงมือช่วยเหลือ