ทำให้คนอื่นๆ ระมัดระวังตัวขึ้นมา
มีเด็กหนุ่มหลายคนที่อยู่ใกล้ทางฝั่งหลิงหลานถึงขนาดออกจากตำแหน่งเดิมแล้วเลือกนั่งลงตรงตำแหน่งที่ค่อนข้างห่างจากพวกเขา
เวลานี้เอง อู่จย่งกับหลี่อิงเจี๋ยเดินเข้าไปทักทายหลิงหลานว่า “ลูกพี่หลาน มีเรื่องอยากปรึกษานายหน่อย”
หลิงหลานส่งสัญญาณให้ทั้งสองคนนั่งลง
หลี่อิงเจี๋ยปรายตามองพวกนักเรียนใหม่ที่จ้องมองพวกเขาด้วยสายตาเย็นชาแฝงไปด้วยความเป็นอริอยู่รางๆ ก่อนจะส่งเสียงหัวเราะหยันว่า “ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ต้อนรับพวกเรานะ”
อู่จย่งเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “การเข้ามาของพวกเราดูหยิ่งผยองมากเกินไปหรือเปล่า?”
หลิงหลานครุ่นคิดแล้วก็พยักหน้ากล่าวว่า “นิดหน่อย! ฉันคิดว่าคนที่เกลียดพวกเราจะมากขึ้นตามการเพิ่มขึ้นของนักเรียนใหม่ด้วย”
หลี่อิงเจี๋ยกำลังอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่พอเขาเห็นว่ามีคนสิบกว่าคนกำลังก่อกวนนักเรียนจากโดฮาที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะรอบนอกสุด เขาก็ขมวดคิ้วพูดว่า “มีคนคิดจะหาเรื่องพวกเรา?”
อู่จย่งเองก็เห็นเช่นกัน “ไม่ใช่นักเรียนของสถาบันศูนย์กลางลูกเสือเรา เป็นนักเรียนใหม่ของสถาบันอื่นในโดฮา”
“ต้องลงมือไหม?” ฉีหลงมองไปทางหลิงหลาน ต่อให้คนเหล่านั้นไม่ใช่นักเรียนของสถาบันศูนย์กลางลูกเสือพวกเขา แต่ก็มาจากโดฮาเหมือนกัน เป็นเพื่อนร่วมดาวเดียวกัน ฉีหลงไม่อยากเห็นพวกเขาถูกรังแก
“เรื่องนี้ให้หลี่อิงเจี๋ยจัดการ” คำพูดของหลิงหลานทำให้หลายคนหันหน้ามองดูเธอด้วยความตกตะลึง
“เพร