คุณสมบัติของนักเรียนใหม่เพิ่มสูงขึ้นเหรอครับ? หรือว่าสถาบันลูกเสือเคยสอนพวกเขามาก่อน?” เสี่ยวหลินถาม
ร้อยตรีเอ่ยยิ้มๆ ว่า “นี่จะเป็นไปได้ยังไงเล่า? สหพันธรัฐของเราถือคติผู้แข็งแกร่งเป็นที่เคารพมาตลอด เพื่อที่จะอบรมบ่มเพาะผู้แข็งแกร่งขึ้นมา สถาบันลูกเสือไม่มีทางจำกัดนิสัยชิงดีชิงเด่นกันของพวกนักเรียนเด็ดขาด”
“งั้นทำไมนักเรียนใหม่พวกนี้ถึงเชื่อฟังแบบนี้ละครับ?” เสี่ยวหลินคิดไม่ออก
เวลานี้เองสิบเอกหนึ่งในนั้นก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “นั่นเป็นเพราะว่ายานบินที่เข้าไปรับนักเรียนใหม่พวกนี้ต่างก็เป็นยานรบที่โดดเด่นที่สุดของกองทัพเรา สมาชิกในนั้นต่างก็เป็นราชันทหารที่ผ่านศึกมานับร้อย ต่อให้นักเรียนใหม่พวกนี้เป็นลูกรักของสวรรค์ เป็นอัจฉริยะแห่งยุค เมื่อเจอทหารราชันพวกนี้ของเราเข้าไปก็ได้แต่โค้งคำนับเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น ทางกองทัพแจ้งว่าให้ทหารเก่าแก่ของยานบินปราบพวกลูกรักของสวรรค์นี้ให้ดี ให้พวกเขาเข้าใจว่าตอนนี้พวกเขายังตัวเล็กกระจ้อยร่อย ยังไม่มีคุณสมบัติให้อวดดี…”
เสี่ยวหลินอ้าปากกว้างด้วยความตกตะลึง “พูดอีกอย่างก็คือ นักเรียนใหม่พวกนี้ถูกทหารราชันของพวกเราปราบให้เชื่องไปแล้ว?”
“ถูกต้อง!” สิบโทอีกคนเอ่ยพลางหัวเราะหยอกล้อว่า “หายากที่เสี่ยวหลินของพวกเราจะฉลาดสักรอบ…”
เสี่ยวหลินคล้ายกับไม่รู้สึกถึงการหยอกเย้าในน้ำเสียงของสิบโท เขาตอบอย่างหน้าด้านสุดขีดว่า “อยู่แล้ว ผมเฉลียวฉลาดมาตลอดนะครับ!”