งเกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายได้ง่ายมาก ดังนั้นพวกเขาเลยเรียนรู้ที่จะปรับตัวเอง ในช่วงเวลาทำงานก็ไม่ได้เงียบกริบตลอด หากแต่คุยเล่นปรับอารมณ์เฉกเช่นตอนนี้
หลังจากที่หัวเราะไปยกหนึ่ง เสี่ยวหลินคล้ายกับนึกอะไรออก ทันใดนั้นเขาก็หัวเราะพรืดขึ้นมา
ร้อยตรีเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง เอ่ยถามว่า “นายเป็นอะไรอีกล่ะ?” หมอนี่เกิดความคิดบางอย่างขึ้นทุกวัน ร้อยตรีเห็นจนไม่รู้สึกแปลกแล้ว
เสี่ยวหลินปิดปากพูดพลางหัวเราะว่า “ผมแค่หัวเราะนักเรียนทหารใหม่พวกนั้น ตอนที่ลงจากยานพวกเขาตัวสั่นหงึกๆ เชื่อฟังเหมือนกระต่ายเลย ผมนึกมาตลอดว่าเด็กที่สอบเข้าโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งได้จะเป็นพวกลูกรักของสวรรค์ จะหัวแข็งดื้อรั้นอยู่บ้าง หรือว่าทำหน้าหยิ่งยโสอะไรทำนองนี้ซะอีก…”
ร้อยตรีกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “นั่นมันตอนนี้ แต่ก่อนพวกเขาไม่ได้เป็นแบบนี้หรอก ก็หัวแข็งดื้อรั้นเหมือนที่นายพูดไว้นั่นแหละ…”
เสี่ยวหลินได้ยินคำพูดก็สงสัย รีบเอ่ยถามว่า “หัวหน้า ทำไมถึงพูดแบบนี้ละครับ?”
ร้อยตรีกล่าวว่า “ความจริงแล้วฉันเองก็ไม่เคยเผชิญช่วงเวลานั้นมาก่อน ฉันได้ยินหัวหน้าคนก่อนของฉันบอกว่า แต่ก่อนนักเรียนทหารใหม่พวกนั้นไม่ได้เชื่อฟังแบบนี้ ก็เป็นเหมือนที่นายพูดไว้ ก่อความวุ่นวายที่นี่ สุดท้ายผู้นำฐานทัพทนไม่ไหว รายงานไปที่เบื้องบน ต่อมาสถานการณ์ก็เปลี่ยนเป็นดีขึ้นแล้วค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นอย่างทุกวันนี้ นักเรียนทหารใหม่แต่ละคนต่างเชื่อฟังกันมาก”
“