ม่กังวลเลยสักนิดว่านักเรียนใหม่จะทำลายยานบินทิ้ง เขาก็อดเอ่ยถามไม่ได้ว่า “ทำไมเธอไม่เครียดสักนิดเลยล่ะ?”
“ฝนจะตก แม่จะแต่งงาน[1]! จะทำยังไงก็ทำไปอย่างนั้น!” หลิงหลานตอบกลับอย่างผ่อนคลาย ขอเพียงไม่ทำยานบินพังไปโดยสิ้นเชิง เธอก็ไม่มีความเห็นอะไรแม้แต่น้อย ถึงยังไงยานบินนี้ก็ไม่ใช่ของเธอ
พันเอกเทียนฟางหายใจติดขัดไปทันที เอ่ยด้วยความกลัดกลุ้มว่า “ไม่เคยเห็นคนที่ใจกล้าขนาดเธอมาก่อนเลย”
มุมปากของหลิงหลานโค้งขึ้น “ไม่อย่างนั้นผมก็คงยึดยานบินของคุณมาไม่ได้” เสียดแทงเข้าไปที่หัวใจพันเอกเทียนฟางอีกครั้งอย่างไม่ต้องสงสัย
พันเอกเทียนฟางโมโหสุดขีด พูดอย่างขุ่นเคืองว่า “ไม่รู้ว่าใครเลี้ยงลูกชายบ้าระห่ำอย่างเธอออกมา…แม่งเอ๊ย ทำเรื่องที่คนไม่กล้าทำทั้งนั้น”
มุมปากของหลิงหลานโค้งขึ้นเล็กน้อย “ทำไมครับ คุณอยากรู้เหรอ? หรือว่าคุณอยากแลกเปลี่ยนความรู้กับพ่อผมสักหน่อยล่ะ?”
ไม่รู้ว่าทำไมพันเอกเทียนฟางรู้สึกได้ถึงสัมผัสอันตรายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนอีกครั้ง ลางสังหรณ์ของเขาบอกเขาว่าอย่าตอบเด็ดขาด แต่ความคับแค้นในใจกลับทำให้เขาพูดโพล่งออกมาว่า “แน่นอนอยู่แล้ว ฉันไม่มีทางสู้กับเด็ก แต่จะสู้กับผู้ใหญ่ไม่ได้หรือไง?”
หลิงหลานเขยิบเข้าไปใกล้พันเอกเทียนฟางช้าๆ แล้วพูดเบาๆ ว่า “ยินดีให้คุณไปหานายพลหลิงเซียวเลยครับ!” น้ำเสียงของหลิงหลานเต็มไปด้วยความหยอกล้อ เห็นได้ชัดว่ายินดีเห็นพันเอกเทียนฟางไปหาพ่อของเธอเพ