ผมอีกเหรอครับ?” หลิงหลานเลิกคิ้วมองไปที่อีกฝ่ายในที่สุด น้ำเสียงมีความเยาะหยันอยู่เล็กน้อย ไม่รู้ว่าเพราะอะไรน้ำเสียงเยาะหยันเล็กน้อยที่แตกต่างจากความเยือกเย็นสงบนิ่งในตอนแรกนี้ถึงทำให้ความรู้สึกถึงวิกฤติในใจกัปตันพุ่งทะยานสูงขึ้น
หลิงหลานใช้มือขวาเท้าคางตัวเอง เอ่ยเหมือนคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มว่า “อันที่จริง ความสามารถของคุณสามารถฆ่าพวกเราสักคนตรงนี้ได้ในพริบตา ถึงขนาดที่ควบคุมยานบินลำนี้ได้อย่างรวดเร็ว…แต่คุณคิดจริงๆ เหรอว่าผมเอาแต่อยู่ว่างๆ รอคุณที่นี่โดยที่ไม่ได้ทำเรื่องอะไรเลยสักนิดเดียว?”
หน้าของกัปตันบิดเบี้ยว แต่เขาก็ฝืนอดทนไว้ เขาพร่ำบอกตัวเองในใจว่า อีกฝ่ายแค่ขู่เขาเท่านั้น เขาไม่มีทางถูกเด็กอายุสิบหกขู่ได้หรอก….
“ความจริงแล้ว ในระหว่างนี้ผมสั่งออปติคัลคอมพิวเตอร์หลักไว้ว่า ขอเพียงผมตาย ยานบินลำนี้ก็จะ ‘บึ้ม’ กลายเป็นเศษซากในอวกาศนี้ทันที พูดอีกอย่างก็คือ ทั้งคุณและผมต่างก็ไม่รอด ไม่เพียงเท่านั้น เพื่อนร่วมรบที่ติดตามคุณเหล่านั้นก็ได้แต่ตายอยู่ที่นี่ด้วยกันเพราะการตัดสินใจของคุณ”
หลิงหลานใช้น้ำเสียงเยือกเย็นและไม่แยแสเอ่ยบทสรุปที่น่ากลัวนี้ออกมา ใบหน้ายังคงมีสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม เหมือนกับว่าเธอพูดเรื่องที่ไม่สลักสำคัญ ทว่าสายตาของหลิงหลานกลับเผยความบ้าคลั่งออกมา ยืนยันว่าคำพูดของเธอไม่ได้โกหกเลยสักนิดเดียว
ท่าทีแปลกประหลาดนี้ทำให้พวกฉีหลงที่คุ้นเคยกับหลิงหลานอดตัวสั่