้าไปโดยไม่มีความเกรงใจเลยสักนิดเดียว…พวกเขาอยากเข้าไปนานแล้ว แต่หลินจงชิงยังไม่ได้เอ่ยปาก พวกเขาก็ไม่อาจสอดมือเข้าไปในการต่อสู้ของเขาตามอำเภอใจได้ นี่เป็นการให้เกียรติเพื่อนอย่างหนึ่ง แน่นอนว่าขอเพียงหลินจงชิงเอ่ยปากเอง พวกเขาไม่มีทางเกรงใจแน่นอน
“พวกแกชั่วช้าเกินไปแล้ว!” หัวหน้าผู้คุ้มกันเห็นหลินจงชิงถอยไป แต่ว่ามียอดฝีมือด้านการต่อสู้ที่มีความสามารถใกล้เคียงกับหลินจงชิงเข้ามาสี่ห้าคน เขาก็บันดาลโทสะและอดคำรามออกมาไม่ได้
ตอนนี้หลินจงชิงยืนอยู่วงนอกอย่างใจเย็น เขาทำหน้ายิ้มแย้มทว่าคำพูดที่กล่าวออกมาจากปากกลับเต็มไปด้วยความเยาะหยัน “คุณนี่โง่จัง คุณเป็นศัตรูของพวกเรา ใครจะพูดเรื่องหลักคุณธรรมกับศัตรูล่ะ? เราไม่ได้เป็นคนโง่นะ…” น้ำเสียงดูถูกนี้ทำให้หัวหน้าผู้คุ้มกันที่เดิมทีกำลังโกรธเกรี้ยวอยู่แล้วยิ่งรู้สึกว่าไฟโทสะคุกรุ่นมากขึ้น
หัวหน้าผู้คุ้มกันที่ไม่สามารถใจเย็นลงได้แล้วก็เผยความประมาทเลินเล่อออกมาอย่างรวดเร็ว เขาโดนการโจมตีอันทรงพลังของหัวหน้าทีมคนหนึ่งทันที ไหล่ขวาถูกกำปั้นของอีกฝ่ายโจมตีใส่อย่างหนักหน่วง ทำให้เขารู้สึกว่ามือขวาของตัวเองอ่อนยวบไร้กำลังไปในชั่วพริบตา
หลินจงชิงที่กำลังรอคอยโอกาสอยู่ด้านนอกวงต่อสู้ย่อมไม่พลาดโอกาสที่หายากนี้อยู่แล้ว ดวงตาเขาส่องประกายในพริบตา เท้าขวาพลันกระทืบพื้น จากนั้นร่างของเขาก็ทะยานขึ้นไปบนอากาศอีกครั้งก่อนจะพุ่งไปหาหัวหน้าผู้คุ้มกันคนนั้น
ก