ยู่ในห้วงความคิดแล้วว่าบ่นยังไงในใจ เวลานี้คนอื่นๆ ในทีมหลิงหลานก็จับสังเกตการเคลื่อนไหวของทีมเกาจิ้นอวิ๋นได้แล้วเช่นกัน หานจี้จวินได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลังเบาๆ สีหน้าก็อดเปลี่ยนไปเล็กน้อยไม่ได้
เสียงฝีเท้าดังไม่เป็นระเบียบอยู่บ้าง ดูท่าจำนวนคนจะไม่น้อยเลย หรือว่าพวกเขาถูกฝ่ายยานบินสังเกตเห็นแล้ว?
นักเรียนคนอื่นๆ เคร่งเครียดขึ้นมาเช่นกัน หลินจงชิงมองไปที่หลิงหลาน ถามว่าให้เขานำคนบางส่วนเข้าไปโจมตีศัตรูไหม
เวลานี้เองหลิงหลานค่อยเอ่ยปากอธิบายว่า “ไม่ต้องกังวล นี่เป็นเพื่อนของพวกเรา!”
ทุกคนได้ยินคำกล่าวก็โล่งใจทันที บรรยากาศที่เดิมทีเคร่งเครียดได้หายไปแล้ว พวกเขาอดทนรอคอยทีมของพวกเกาจิ้นอวิ๋นที่ตามมา
เมื่อเกาจิ้นอวิ๋นใกล้จะถึงกลุ่มของหลิงหลาน เขาก็เห็นทุกคนกำลังหยุดรอพวกเขาอยู่ ดวงตาที่ส่องสว่างสามสิบกว่าคู่จ้องมองมาที่พวกเขาทั้งหมด ทำให้เขารู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาล
“พวกเราคือนักเรียนของสถาบันลูกเสือเมืองหั่วอวิ๋น ฉันชื่อเกาจิ้นอวิ๋น…” เกาจิ้นอวิ๋นแสดงท่าทีตรงไปตรงมา แนะนำตัวพวกเขาให้กับอีกฝ่าย
“ไว่ค่อยแนะนำตัวเองกันทีหลัง จี้จวิน นายไปจัดการ!” หลิงหลานตัดบทคำพูดของเกาจิ้นอวิ๋นอย่างเฉยชาแล้วหันกายเดินตรงไปยังส่วนลึกของเส้นทาง บรรดานักเรียนไม่กล้าหยุดอยู่กับที่ต่อ ก่อนจะตามไปติดๆ…
เกาจิ้นอวิ๋นขยี้ปลายจมูกตามจิตใต้สำนึก เอ่ยอย่างลับๆ ว่าลูกพี่หลานคนนี้สนิทสนมด้วยยากจริงๆ….
หลังจาก