งไม่ได้เหมือนกัน แต่ว่าฉันมีจุดเด่นที่คนอื่นไม่มี นั่นก็คือฉันหน้าด้านมากพอ สามารถทำเรื่องที่พวกเขาทำไม่ได้….”
ประโยคคำว่า ‘ฉันหน้าด้านมากพอ’ ทำให้คนอื่นๆ ทำหน้าตกตะลึง ‘หรือว่าเซี่ยอี๋เตรียมตัวจะใช้กลยุทธ์ติดหนึบมาพัวพันลูกพี่หลานให้จนปัญญาทำอะไรไม่ได้ จนสุดท้ายก็ตัดสินใจยอมรับเขาเหรอ?’ พวกเขาปาดเหงื่อเย็นๆ ที่แตกพลั่กบนหน้าผากอย่างเงียบเชียบ พวกเขาลืมบอกเซี่ยอี๋ไปหรือไงว่าความอดทนของลูกพี่หลานน่ากลัวสุดยอด ใช้กระบวนท่านี้ย่อมไม่มีหวังเด็ดขาด
“ตั้งแต่ที่เข้าร่วมทีมมาสามปี ฉันก็เข้าใจนิสัยของเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ แล้ว หัวหน้ากับลั่วล่างสนใจการต่อสู้ ไม่มีความอดทนพูดคุยกับคนอื่นเลย ถึงแม้ว่าเสนาธิการจะฉลาดเชี่ยวชาญการวางแผน แต่ก็ทำให้คนอื่นรู้สึกกดดัน ไม่กล้าคบค้าสมาคมกับเสนาธิการง่ายๆ กลัวว่าจะถูกเสนาธิการวางแผนใส่โดยไม่ระมัดระวัง…” เซี่ยอี๋ร่ายข้อดีของเพื่อนร่วมทีมออกมาทีละคน สุดท้ายสายตาของเขาก็ทอดมองไปที่ตัวหลินจงชิง “ส่วนหลินจงชิง มีมนุษยสัมพันธ์ดีเยี่ยม และก็เป็นคนละเอียดรอบคอบ มีข้อมูลมากมายที่เขาได้รับมาจากในมือของคนอื่น ควรพูดว่าเดิมทีเขาเหมาะกับบทบาทนี้มากๆ เหมือนกัน แต่ว่าหน้าทีพลาธิการของทีมก็สำคัญมาก เขาเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ยุ่งที่สุดของทีม…”
ทุกอย่างที่เซี่ยอี๋กล่าวมาไม่มีผิดพลาดสักจุด หลิงหลานผงกศีรษะน้อยๆ บ่งบอกว่ายอมรับ นี่ทำให้เซี่ยอี๋ที่เดิมทีหัวใจลุ่มๆ ดอนๆ อยู่บ้