างรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาฉับพลัน เขารู้สึกเหมือนถูกฉีดยากระตุ้นหัวใจ
เขาเสริมความกล้าเงยหน้าขึ้นมาโดยพลันก่อนจะสบตาของหลิงหลานตรงๆ จากนั้นก็เอ่ยอย่างหนักแน่นว่า “ดังนั้น ฉันเลยเตรียมตัวรับหน้าที่ติดต่อกับคนภายนอก ทีมต้องการนักเจรจาทางการทูต ในตอนที่ร่วมมือคบค้าสมาคมกับทีมอื่นๆ ให้ฉันที่หน้าด้านไปติดต่อเป็นการเหมาะสมที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่ว่าอีกฝ่ายจะมีท่าทีแบบไหน ฉันก็รับได้ทั้งนั้น”
“ไม่นึกเลยว่านายจะหาบทบาทแบบนี้ให้ตัวเอง นายไม่คิดว่ามันสิ้นเปลืองความสามารถเลยหรือไง?” หลิงหลานจ้องมองเซี่ยอี๋อย่างเย็นชา สายตานั้นคล้ายกับกำลังมองเขาอย่างทะลุปรุโปร่ง “ฉีหลงเคยบอกฉันว่า นายเป็นยอดฝีมือด้านการต่อสู้ที่ไม่ด้อยไปกว่าลั่วล่างเลย นายไม่อยากเป็นคนโจมตีซ้ายขวาของทีมเลยหรือไง?”
เซี่ยอี๋เอ่ยด้วยเสียงหัวเราะขมขื่นว่า “ถ้าทีมมีแค่พวกเราห้าคน ไม่มีลูกพี่หลานอยู่ บางทีฉันอาจจะทะเยอทะยานจนแย่งชิงตำแหน่งคนโจมตีซ้ายก็ได้ แต่ว่า…” เขาส่ายหน้าพูดว่า “หัวหน้ากับลั่วล่างไม่มีทางปล่อยตำแหน่งคนโจมตีซ้ายขวานี้แน่นอน และสำหรับลูกพี่หลานแล้ว คนโจมตีซ้ายขวาคือหัวหน้ากับลั่วล่างที่ตัวเองคุ้นเคยดีที่สุด ร่วมมือได้เข้าขากันมากที่สุด นี่ทำให้นายยอมรับได้มากกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย ฉันรู้ตัวเองดีว่าช่วงเวลาสามปียังไม่พอให้ฉันแย่งชิงตำแหน่งนี้จากในมือพวกเขา”
เซี่ยอี๋กล่าวถึงตรงนี้ แววตาพลันเฉียบคมขึ้นมา “แน่นอนว่าผ่าน