ไปอีกสามปีหรือห้าปี รอฉันมีความมั่นใจว่าว่าเข้าขากับลูกพี่หลานได้ไม่แพ้พวกเขาสองคนแล้ว ฉันจะแย่งชิงบทบาทนี้ให้ได้”
ตอนที่เซี่ยอี๋ใคร่ครวญนั้นก็เคยคิดเรื่องหลิงหลานไม่อยู่เหมือนกัน เขามีความหวังมากๆ ในการรับหน้าที่เป็นคนโจมตีซ้ายขวาจากรูปขบวนที่มีฉีหลงเป็นหัวหน้า แต่เซี่ยอี๋เชื่อว่า จากความสามารถของหลิงหลาน ขอเพียงอาการบาดเจ็บของอีกฝ่ายฟื้นฟูหายดี การเข้าโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งย่อมเป็นสิ่งที่เขาได้มาง่ายๆ หนึ่งปีให้หลังหลิงหลานต้องพลิกสถานการณ์คืนได้แน่นอนและกลับมาที่โรงเรียนทหารชายที่หนึ่งใหม่ ดังนั้นเขาจำเป็นต้องพิจารณาสถานการณ์ของหนึ่งปีให้หลัง
คำพูดของเซี่ยอี๋ทำให้หลิงหลานตื้นตันใจอยู่บ้าง ไม่คาดคิดว่าตอนที่เซี่ยอี๋คิดบทบาทในทีมจะนับเธอเข้าไปในทีมด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อของเธอพลาดพลั้งส่งเธอเข้ามาที่โรงเรียนทหารชายที่หนึ่งละก็ เธอก็คงรู้สึกผิดต่อเซี่ยอี๋ที่ดิ้นรนพยายามอย่างยากลำบากเพื่อให้ได้คำตอบนี้มา…
หลิงหลานมองเซี่ยอี๋อย่างลึกซึ้งแวบหนึ่ง จากนั้นค่อยพูดว่า “ฉันเข้าใจแล้ว!” เธอกล่าวจบก็หมุนกายจากไป เดินนำหน้าออกไปจากห้องโถงของชานชาลาหมายเลขเก้าเป็นคนแรก
เซี่ยอี๋ได้ยินคำกล่าวก็ตะลึงงันไป ไม่รู้ว่าคำพูดประโยคนี้ของหลิงหลานหมายความว่าอะไรกันแน่ ในตอนนี้เอง ลั่วล่างก็ผลักเซี่ยอี๋ด้วยความตื่นเต้น และด่าด้วยรอยยิ้มว่า “โง่เง่า! ลูกพี่ยอมรับนายแล้วไง”
คำพูดของลั่วล่างทำให้เซี่ยอี๋ประห