ตามการเพิ่มขึ้นของอายุ สุดท้ายก็มาถึงขั้นไม่อาจเอาออกไปได้ พูดอีกอย่างก็คือ ชาตินี้ลั่วล่างยอมจำนนให้กับคนผู้เดียว ยอมรับลูกพี่แค่คนเดียวเท่านั้น เขาก็คือหลิงหลาน
“เซี่ยอี๋พูดถูกแล้ว ฉันได้รับข้อความจากหัวหน้า ก็อึ้งไปเลย เกือบคิดว่าตัวเองหูฝาดไปซะแล้ว….” หลินจงชิงที่อยู่ด้านข้างก็พูดจากใจจริงเช่นกัน
ลูกพี่หลานที่เย็นชาทรงอำนาจในภาพความทรงจำของหลินจงชิงไม่มีทางทำเรื่องมาส่งพวกเขาด้วยความอบอุ่นแบบนี้แน่นอน มีความเป็นไปได้สูงว่าเขาจะส่งภาพโฮโลแกรมมาทิ้งคำพูดเอาไว้หนึ่งประโยคด้วยความเย็นชาว่า “ไปแล้วก็อย่าทำให้ฉันขายหน้าล่ะ!” หลังจากนั้นก็ตามต่อด้วยความหล่อเหลายอดเยี่ยมโคตรเท่ต่างๆ นานา แล้วก็ทิ้งเงาหลังที่สูงสง่าอย่างหาใดเปรียบให้พวกเขาจนกระทั่งหายไป….
ดังนั้นเมื่อหลินจงชิงได้ยินข่าวนี้แล้วก็อึ้งไปทันที ไม่รู้ว่าตัวเองวางสายอุปกรณ์สื่อสารกับหัวหน้าฉีหลงไปตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาทานอาหารเย็นด้วยความใจลอยแล้วเดินโงนเงนอย่างล่องลอยขึ้นเตียงก่อนจะนอนหลับไปอย่างน่าอัศจรรย์ จนกระทั่งตื่นมาวันที่สอง เขาก็กัดแขนตัวเองแรงๆ ถึงค่อยพบว่าเขาไม่ได้ฟังผิดไปจริงๆ
เวลานี้เอง ฉีหลงที่ยืนอยู่ด้านข้างก็อดเอ่ยปากพูดไม่ได้เหมือนกัน “อย่าว่าแต่นายเลย ขนาดฉันได้รับวิดีโอคอลของลูกพี่หลาน ฉันก็อึ้งไปเหมือนกัน ความรู้สึกแรกก็คือฉันต้องฝันไปแน่นอน คนที่อยู่ตรงข้ามไม่ใช่ลูกพี่ของฉันเด็ดขาด…”
หานจี้จวินฟังต่อไปไม่ได