าผากเธออดกระตุกไม่ได้ แทบจะคว่ำโต๊ะประกาศว่าบทสนทนานี้ควรจบได้แล้ว
หลิงหลานไม่รู้เลยว่า ถ้าหากไม่ใช่คำถามของหลิงหลาน หลิงเซียวก็คงไม่เล่าเรื่องทุกอย่างในโลกที่ไม่รู้จักให้หลิงหลานฟังด้วยความตื่นเต้นแบบนี้เหมือนกัน เห็นได้ชัดว่าคำพูดที่ฟังดูอยากได้ข้อมูลอย่างชัดเจนเช่นนี้ของหลิงหลานทำให้หลิงเซียวดีใจอย่างยิ่งยวด และก็ทำให้หลิงเซียวสูญเสียความเยือกเย็นที่ควรมีโดยสิ้นเชิง เขาแค่อยากเอาใจลูกสาวตัวเองอย่างสุดชีวิตเท่านั้น คุณพ่อกตัญญูยี่สิบสี่ประการต่างก็อดไม่ไหวเปลี่ยนเป็นโง่งม พูดจาเวิ่นเว้อ ไม่มีหลักการเมื่ออยู่ต่อหน้าลูกสาวทั้งนั้นแหละ
ราวกับสวรรค์ทนเห็นหูของหลิงหลานถูกทรมานไม่ไหว ดังนั้นจึงได้ส่งผู้ช่วยเหลือมา เสียงแค่นหัวเราะอย่างเย็นชาดังขึ้นทีหนึ่งในห้องอาหาร “ในเมื่อกลับมาแล้ว ยังไม่ไสหัวมาเจอฉันอีก?”
หลิงเซียวที่เดิมทีกำลังเล่าเรื่องอย่างตื่นเต้นมีความสุขถูกเสียงนี้ทำให้ตกใจจนสะดุ้งขึ้นมาโดยพลัน ก่อนจะเอ่ยเสียงหลงว่า “อาจารย์! คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงครับ?”
“ไอ้เด็กเวร ฉันอยู่ที่นี่ไม่ได้หรือไง?” ถึงแม้ว่ามู่สุ่ยชิงจะดุหลิงเซียว แต่ในน้ำเสียงยากจะปกปิดความตื่นเต้นไว้ได้ เห็นได้ว่าการกลับมาของหลิงเซียวได้กระทบจิตใจของชายชราผู้นี้อย่างยิ่งยวด เชื่อว่าถ้าไม่ใช่เพราะอยากให้หลิงเซียวมีเวลาอยู่กับครอบครัวละก็ มู่สุ่ยชิงคงจะเข้ามาหาทันทีแน่นอน
หลิงเซียวค่อยนึกขึ้นได้ว่า เป็นเพราะการปร