ากฏตัวของมู่สุ่ยชิงเมื่อสามปีก่อนถึงได้ช่วยชีวิตของหลิงหลานไว้ อาจารย์เขาน่าจะกลัวว่าหลิงหลานจะเจอเหตุการณ์โดนลอบสังหารอีก ดังนั้นก็เลยอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลหลิงคุ้มครองหลิงหลาน
หลิงเซียวพลันรู้สึกละอายใจไม่หยุด เพราะเขาถึงทำให้อาจารย์ท่องเที่ยวอยู่ข้างนอกจำเป็นต้องหยุดฝีเท้ารั้งตัวอยู่ในคฤหาสน์ตระกูลหลิงเพื่อปกป้องหลิงหลาน พูดตามตรงก็ยังเป็นเขาที่อกตัญญู
“หลิงหลาน พาหลิงเซียวเข้ามาพบฉัน” มู่สุ่ยชิงไม่สนใจความคิดของหลิงเซียว เขาสั่งหลิงหลานโดยตรงจากนั้นก็เงียบกริบไปโดยสิ้นเชิง
“ครับ อาจารย์!” หลิงหลานตอบเรียบๆ เสียงของเธอไม่ได้ดังมาก ถึงขนาดที่พูดได้ว่าเบาสุดขีด นี่ทำให้หลิงเซียวที่ตกอยู่ในความรู้สึกละอายใจไม่สังเกตเรื่องนี้เลย
เวลานี้ใบหน้าเย็นเยียบของหลิงหลานอดบิดเบี้ยวไม่ได้ เธอมองไปยังหลิงเซียวที่กำลังจมอยู่ในห้วงความคิดด้วยความสับสนแวบหนึ่ง เธอลืมไปแล้วว่าเธอยังมีอีกสถานะหนึ่ง เธอเป็นลูกศิษย์ของมู่สุ่ยชิงเหมือนกัน หลิงเซียวก็คือศิษย์พี่ของเธอสินะ…..
เป็นพ่อลูก และก็เป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องร่วมสำนัก ลำดับอาวุโสกับความสัมพันธ์นี้ดูสับสนวุ่นวายแล้วจริงๆ!
หลิงหลานวางชามตะเกียบลงท่ามกลางความขัดแย้งในใจ เธอลุกขึ้นยืนร้องทักหลานลั่วเฟิ่งจากนั้นก็เดินตัวปลิวออกไปจากห้องอาหาร เอาเถอะ ตอนนี้เธอถูกความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนนี้ทำให้สับสนไปแล้วเหมือนกัน
เสียงร้องทักของหลิงหลานก็เรียกสติหลิงเซียวเช่