ารย์หมายเลขหนึ่งเท่าไหร่
หลิงเซียวเห็นหลิงหลานไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อยก็ได้แต่นั่งลงบนโซฟาของห้องรับแขกด้วยความหดหู่ใจ ถึงแม้ว่าเขาจะแอบหงุดหงิดที่หลิงหลานไม่ยอมรับเขาอยู่บ้าง แต่ก็ไม่กล้าระบายความโกรธออกมา ถึงยังไงช่องว่างสิบเจ็ดปีทำให้เขาไม่มีความมั่นใจที่จะตวาดใส่หลิงหลานบอกว่าเขาเป็นพ่อของเขาหรอกนะ ดังนั้นเขาเลยได้แต่อดทนต่อการต้อนรับอย่างเย็นชาของหลิงหลานอย่างเงียบๆ เท่านั้น
หลิงหลานให้คนรับใช้นำชาเข้ามา หลิงเซียวยกชาขึ้นมาจิบคำหนึ่ง รสชาติอันคุ้นเคยทำให้หัวใจหลิงเซียวสั่นสะท้านอีกครั้ง เขาอดไม่ไหวเอ่ยปากขึ้นมาอีกครั้งว่า “หลิงหลาน ให้แม่ของเธอออกมาเถอะ มีเรื่องบางอย่างที่พวกเราต้องคุยกันดีๆ”
หลิงหลานเอ่ยอย่างเฉยชาว่า “นายพลหลิง คุณพ่อของผมพลีชีพไปสิบเจ็ดปีแล้ว ส่วนคุณแม่ของผมก็เก็บตัวอยู่ในบ้านในฐานะแม่ม่ายมาตลอด เกรงว่าการเจอผู้ชายแปลกหน้าจะเป็นการไม่เหมาะสมนะครับ ถ้าคุณมีธุระอะไรสามารถพูดกับผมได้โดยตรงเลย ผมจะเรียนคุณแม่ให้ครับ”
หลิงหลานตัดสินใจแล้วว่า ถ้าหากยังไม่รู้เรื่องชัดเจนดีละก็ เธอไม่มีทางให้หลานลั่วเฟิ่งออกมาเจอหลิงเซียวเด็ดขาด ถ้าเกิดเธอพบว่าหลิงเซียวเป็นผู้ชายที่ไม่มีความรับผิดชอบ หรือว่าเป็นเฉินซื่อเหม่ย[1]ในยุคปัจจุบันขึ้นมาจริงๆ ละก็ เธอจะไล่อีกฝ่ายไปทันทีเพื่อปกป้องมารดาของเธอไว้ ต่อให้กำลังรบและอำนาจของเธอจะสู้หลิงเซียวไม่ไหว แต่เธอเชื่อว่ามีความช่วยเหลือของเ