้วคนอื่นต้องทำตาม อย่างน้อยที่สุด เธอก็ต้องจัดการนายกรัฐมนตรีที่หนึ่งของสภารัฐกิจให้ได้”
จอมพลกล่าวคำพูดนี้จบ อารมณ์ก็กลับมาใจเย็นลงเล็กน้อย จากนั้นเขาก็เอ่ยปลอบใจว่า “หลิงเซียว ต่อให้พวกเราได้รับอนุญาตแล้ว ลูกชายของเธอก็เข้าไปแล้ว แต่เธอเคยคิดหรือเปล่าว่า ร่างกายของลูกชายเธอไม่สามารถทนผ่านปีหนึ่งไปได้เลย ถ้าหากนี่ทำให้ร่างกายของเขาเกิดอาการบาดเจ็บถาวรอะไรขึ้นมาล่ะ เธอจะไม่เสียใจภายหลังเหรอ?”
“มีคุณอยู่ไม่ใช่เหรอครับ?” หลิงเซียวโยนคำถามใส่จอมพลทันที
“หมายความว่ายังไง?” จอมพลพบว่าเขาตามจังหวะของหลิงเซียวไม่ทันแล้ว
“ขอเพียงคุณอนุญาตเป็นพิเศษให้หลิงหลานยกเว้นการสอบของปีหนึ่งก็ได้แล้วไม่ใช่เหรอครับ?” หลิงเซียวตัดสินใจนานแล้วว่า เมื่อหลิงหลานเข้าปีหนึ่งแล้วจะไม่เข้าร่วมการฝึกฝนอะไร ยังคงมุ่งมั่นกับการฟื้นฟูร่างกายต่อไป
“หลิงเซียว เธออย่ามากเกินไปนะ!” ความโกรธปะทุขึ้นในอกของจอมพลแล้ว โรงเรียนทหารชายที่หนึ่งของสหพันธรัฐไม่ใช่กิจการที่บ้านเขาเปิดนะที่คิดจะทำอะไรก็ทำได้?
“ผมจำได้ว่า ขอเพียงกองทัพออกแผนการอบรมสั่งสอนพิเศษให้กับนักเรียนที่เป็นเป้าหมายก็จะสามารถเข้าควบคุมการจัดการฝึกสอนของนักเรียนได้ตลอดทั้งปีหนึ่งเลยนี่ครับ” หลิงเซียวคิดเอาไว้นานแล้ว อย่างไรก็ตามแผนการอบรมสั่งสอนพิเศษนี้จำเป็นต้องให้จอมพลเซ็นชื่อ ดังนั้นเขาถึงรั้งจอมพลอยู่ที่นี่เพื่อให้เขารับปาก
“ให้กองทัพออกแผนการอบรมสั่งสอน