้ว ทำให้ตอนนี้เขาขี่หลังเสือยากที่จะลงมา
ควรรู้ไว้ว่าสหพันธรัฐมอบอภิสิทธิ์นี้ให้เป็นพิเศษเพื่อสรรเสริญการอุทิศตนของนายพลที่มีต่อสหพันธรัฐ แน่นอนว่าทุกคนต่างคิดว่านี่เป็นเพียงอภิสิทธิ์ทางชื่อเสียงเท่านั้น ไม่มีใครเคยใช้มาก่อน เนื่องจากมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่มีคนกลายเป็นนายพลโดยที่ยังอายุไม่ถึงหกสิบเจ็ดสิบ อายุเท่านี้อย่าพูดถึงลูกเลย กระทั่งหลานก็อาจจะแต่งงานมีลูกไปแล้ว ใครยังจะใช้อภิสิทธิ์ข้อนี้ได้เล่า
จอมพลตระหนักได้ว่าสหพันธรัฐมีสิทธิพิเศษของทหารหลายข้อในเวลานี้ที่เมื่อก่อนมีไว้เป็นตัวตนเพียงแค่ชื่อ แต่ไม่เคยมีคนสามารถใช้พวกมันได้เลย ทว่าตอนนี้ตัวตนของพวกมันได้เปิดประตูหลังให้หลิงเซียวอย่างชัดเจน…อายุของหลิงเซียวยังหนุ่มมากเกินไปจริงๆ
“ได้ ฉันรู้แล้ว” จอมพลกล่าวด้วยความจนใจ
เมื่อเห็นหลิงเซียวยังคงยืนตัวตรงอยู่เบื้องหน้าเขา เขาก็กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “เธอยังอยากได้อะไรอีก?” ถ้าหมอนี่กล้ายื่นคำขออะไรอีกละก็ เขาจะไล่มันออกไปแน่นอน
“จดหมายตอบรับเข้าเรียนของโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งครับ!” หลิงเซียวกล่าว
“หลิงเซียว เธอคิดว่าฉันเป็นเทพที่ทำได้ทุกอย่างจริงๆ หรือไงที่ขอปุ๊บก็ได้ปั๊บ หยิบจดหมายตอบรับมาได้ง่ายๆ? บัดซบเอ๊ย ไสหัวกลับบ้านเธอไป อดทนรอซะ!” จอมพลคำราม
หลิงเซียวได้ยินคำพูดก็ยิ้มขึ้น เขาทำท่าวันทยหัตถ์ด้วยความเคารพ “ครับ ท่านจอมพล!” เขาหันกายจากไป เมื่อเดินไปถึงหน้าประตู จู่ๆ เข