าก็หันหน้ากลับมาพูดว่า “ท่านจอมพล อันที่จริง สิ่งที่ผมอยากได้ก็คือคำพูดนี้ของคุณนี่แหละ!” เขากล่าวจบก็เดินออกจากประตูท่ามกลางเสียงหัวเราะดังลั่น
“ไอ้เด็กเวร!” จอมพลอดสบถด้วยรอยยิ้มไม่ได้ และก็มีเพียงหลิงเซียวเท่านั้นที่กล้ากำเริบเสิบสานตรงหน้าเขา ขออะไรตั้งมากมาย นี่ทำให้เขาสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของหลานชายในครอบครัวไปชั่วขณะ นับตั้งแต่ที่เขากลายเป็นจอมพลที่หนึ่งของสหพันธรัฐ เขาก็สูญเสียบางด้านไปมากมาย
………………
เมื่อหลิงเซียวออกมานอกประตู พันตรีที่กำลังยืนรอคอยด้วยความอดทนอยู่ตรงหน้าประตูก็มีดวงตาเป็นประกาย เขารีบเดินเข้ามา เอ่ยแสดงความเคารพว่า “ท่านนายพล!”
“กลับไปกันเถอะ!” หลิงเซียวกล่าวแล้วก็เดินนำหน้าออกไปจากกองบัญชาการของกองพลที่หนึ่ง มายังหน้าประตูลานกว้าง
โฮเวอร์คาร์สีดำหรูหราชั้นยอดที่ปิดสนิททั้งหมดคันหนึ่งกำลังแล่นมา หลังจากนั้นก็จอดที่หน้าประตูช้าๆ ตำแหน่งของมันตรงมาก หลิงเซียวเดินลงบันไดแค่สามขั้นก็สามารถขึ้นรถได้เลย
พันตรีชิงเดินขึ้นหน้าไปก่อนก้าวหนึ่งแล้วเปิดประตูรถ
หลิงเซียวก้าวเท้าเข้าไปนั่งแล้ว พันตรีค่อยปิดประตูรถ ส่วนตัวเองก็นั่งลงบนที่นั่งข้างคนขับ
โฮเวอร์คาร์คันนี้ไม่ได้ใช้ออปติคัลคอมพิวเตอร์บังคับ หากแต่ใช้คนขับ บนที่นั่งคนขับมีคนขับรถผู้หนึ่งนั่งอยู่เรียบร้อยแล้ว บนบ่าของเขาเป็นระดับพันตรีเช่นเดียวกัน รู้ได้ว่านี่ย่อมไม่ใช่คนขับรถธรรมดา
“กลับไปที่ค่ายทหารชั่วคราว!