นการทักทายแบบเพื่อนสนิทเช่นนี้ทำให้ในใจหลินจงชิงรู้สึกประหลาดใจแกมยินดี นี่หมายความว่าลูกพี่หลานยอมรับเขาด้วยใจจริง เห็นเขาเป็นพี่น้องระดับเดียวกับพวกฉีหลงแล้วใช่ไหม? เขาอดใจไม่ไหวเอ่ยด้วยความตื่นเต้นออกมาว่า “ลูกพี่หลาน…”
“อื้อ!” มุมปากของหลิงหลานเผยรอยยิ้มจางสุดขีด แต่หลินจงชิงยังคงมองเห็น มันบอกหลินจงชิงว่า สิ่งที่เขาคิดเอาไว้นั้นไม่ผิดเลย
หลิงหลานทักทายฉีหลง หานจี้จวินและหลินจงชิงอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากนั้นก็มองไปยังสองคนที่กำลังต่อสู้กันอยู่ด้านข้าง หลิงหลานเอ่ยถามด้วยความสงสัยว่า “หมอนั่นก็คือเซี่ยอี๋เหรอ?” หลิงหลานจำได้ว่าก่อนที่เธอจะออกจากสถาบัน ฉีหลงเคยบอกไว้ว่าจะรับนักเรียนที่ชื่อเซี่ยอี๋เข้าร่วมทีม และหมอนั่นก็เป็นยอดฝีมือด้านการต่อสู้ที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องบีซึ่งเธอบังเอิญค้นพบในการต่อสู้ประจัญบาน
ฉีหลงผงกศีรษะกล่าวว่า “ใช่แล้ว เขาไม่เลวมากๆ ยินดีฝึกฝนอย่างหนักด้วยกันกับพวกเรา อีกนิดเดียวเขาก็จะเข้าสู่ระดับของนักรบหุ่นรบชั้นสูงเหมือนกับพวกเราได้แล้ว”
แววตาของหลิงหลานเปล่งประกาย “ดูเหมือว่าพวกนายจะเข้ากันได้ไม่เลวเลยนะ”
“อื้อ หมอนี่หน้าหนามากๆ เลย ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ทำออกมาได้ทั้งนั้น พวกเราทุกคนรับมือไม่ไหวแล้ว” หลินจงชิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มขื่น เขาคิดว่าตัวเองไม่สะทกสะท้านเวลาเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ใดๆ แล้วนะ หนังหน้าเขาก็หนาพอ แต่เมื่อเทียบกับเซี่ยอี๋แล้ว เขาเป็นเด็กน้อยจริงๆ การก