ี้ลำบากนายแล้วนะ”
การที่ทีมฉีหลงสามารถยึดตำแหน่งเป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุดของสถาบันได้อย่างมั่นคงย่อมขาดการออกอุบายวางแผนชองหานจี้จวินไม่ได้เด็ดขาด ควรรู้ไว้ว่าทีมอู่จย่งกับทีมหลี่อิงเจี๋ยต่างก็เป็นทีมที่แข็งแกร่งสุดยอด คอยจ้องบัลลังก์ของทีมฉีหลงซึ่งเป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างตาเป็นมันมาตลอด
ความจริงแล้ว ความสามารถของสองทีมนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าทีมฉีหลงตรงไหนเลย ถึงขนาดที่กล่าวได้ว่าพวกเขายังเหนือกว่าเล็กน้อย เนื่องจากพวกเขาต่างเป็นทีมที่มีสมาชิกเต็มจำนวน ส่วนทีมฉีหลงกลับต้องต่อสู้ห้าคนเสมอเนื่องจากขาดหลิงหลานไป การที่พวกเขาซึ่งเป็นทีมไม่สมบูรณ์พร้อมอยากจะรักษาตำแหน่งทีมที่แข็งแกร่งที่สุดเอาไว้นั้น หานจี้จวินได้ลงหยาดเหงื่อแรงงานเอาไว้ พูดได้ว่าสิ้นเปลืองความคิดอย่างสุดความสามารถ ถ้าหากไม่มีหานจี้จวินละก็ ต่อให้ฉีหลงแข็งแกร่งอีกสักแค่ไหนก็ยากจะต้านทานการเวียนท้าประลองของทั้งสองทีมเช่นกัน
ความหมายในคำพูดของหลิงหลานแทบจะทำให้หานจี้จวินหลั่งน้ำตาด้วยความหวั่นไหว ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำในสามปีมานี้ หลิงหลานต่างรู้ทั้งหมด ในที่สุดตอนนี้เขาก็เข้าใจความหมายอันลึกซึ้งของคำพูดที่ว่านักรบยอมตายเพื่อเพื่อนรู้ใจแล้ว เขามีลูกพี่อย่างหลิงหลานก็เป็นโชคดีของเขาแล้ว
หลิงหลานปล่อยหานจี้จวิน จากนั้นก็เบนสายตาไปที่หลินจงชิง เธอเดินขึ้นไปข้างหน้าก่อนจะใช่ไหล่แตะอีกฝ่ายเล็กน้อย การกระทำที่เรียกได้ว่าเป็