อมรวมเข้ากับทีมโดยสมบูรณ์ เวลานี้หากคิดจะเตะเขาออกไป เขาก็จะกอดต้นขาฉีหลงไว้ไม่ไปเด็ดขาด
คำถามของฉีหลงทำให้หลินจงชิงจมสู่การรำลึกถึงอดีต เขายิ้มลึกล้ำขึ้นหลังจากนั้นก็พยักหน้าให้เซี่ยอี๋หนักๆ และกล่าวว่า “ไม่ผิด ถึงแม้ว่าหัวหน้าทีมในนามของทีมเราคือฉีหลง แต่ว่าหัวหน้าทีมของจิตวิญญาณเราคือลูกพี่หลาน” เขาเอ่ยเตือนว่า “เซี่ยอี๋ นายต้องจำเรื่องนี้เอาไว้ ถึงแม้ว่าพวกเราทุกคนจะยอมรับนายแล้ว แต่ขอเพียงมีสักวันที่นายไม่ได้รับการยอมรับจากลูกพี่หลานของเรา นายก็จะไม่ใช่สมาชิกทีมที่แท้จริงของทีมเราไปตลอดกาล”
เซี่ยอี๋ได้ยินคำพูดก็ทำหน้างอฉับพลัน “ที่แท้ ฉันยังต้องผ่านด่านลูกพี่หลิงหลานด้วย?” เซี่ยอี๋พยายามต่อสู้ฟันฝ่าร่วมกับเพื่อนมาสามปี เขาคิดว่าตัวเองเป็นหนึ่งในสมาชิกทีมมานานแล้ว
ลั่วล่างได้ยินก็แค่นเสียงเย็นอีกครั้ง พูดด้วยความหยิ่งผยองว่า “นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว เซี่ยอี๋ นายต้องระวังไว้หน่อยนะ อย่าทำหน้าทะเล้นไปเรื่อยล่ะ ลูกพี่หลานไม่ได้หยอกเล่นง่ายเหมือนพวกเราหรอกนะ” ลั่วล่างไม่ลืมเหยียบเซี่ยอี๋ซ้ำ
“ลั่วล่าง นายคบหากับลูกพี่หลานมานานขนาดนี้ นายต้องรู้เรื่องความชอบของลูกพี่หลานแน่นอน บอกฉันหน่อยสิ…” เซี่ยอี๋เหมือนกับลืมไปแล้วว่าเมื่อสักครู่นี้เขาตีกับลั่วล่างมายกหนึ่ง เขาพัวพันลั่วล่างหวังจะได้รับข้อมูลของหลิงหลานจากปากของเขาเล็กน้อยเพื่อให้เขาซื้อใจได้
“ลูกพี่หลานเป็นคนยุติธรรมตรงไปตรงมา อย่