ธอดีกว่าพ่อของเธอ” มู่สุ่ยชิงเอ่ยอย่างมีความสุข
หลิงหลานได้ยินคำพูดก็หวนนึกถึงความรู้สึกที่หลิงเซียวมอบให้เธอในมิติมรดก พ่อของเธอดูเหมือนจะทำเรื่องค่อนข้างชัดเจนตรงไปตรงมานะ ไม่ได้ดูลังเลไม่กล้าตัดสินใจอย่างที่มู่สุ่ยชิงว่าไว้เลยจริงๆ แต่หลิงหลานโยนความคิดเหล่านี้ทิ้งไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมู่สุ่ยชิงเริ่มพูดต่ออีกครั้ง
“สิ่งที่สำนักของเราให้ความสำคัญคือพื้นฐาน ดังนั้นเรื่องทุกอย่างต่างเริ่มต้นจากพื้นฐาน และตอนนี้ฉันก็จะสอนทักษะพื้นฐานของสำนักเราให้เธอ…”
“เอ่อ…อาจารย์ เรื่องนี้ผมทำเป็นแล้ว” หลิงหลานรีบเอ่ย
คำพูดของหลิงหลานทำให้มู่สุ่ยชิงตกตะลึง “เธอทำเป็นได้ยังไง?”
หลิงหลานเอ่ยด้วยรอยยิ้มฝืดเฝื่อนว่า “อาจารย์ สำนักของเราคือบัญชาเทวะใช่ไหมครับ”
มู่สุ่ยชิงสะดุ้งขึ้นมาทันที “เธอรู้ได้ยังไง?” สำนักบัญชาเทวะเป็นการสืบทอดหนึ่งต่อหนึ่งเสมอ นับตั้งแต่ที่หลิงเซียวเสียชีวิตก็เหลือแค่เขาคนเดียวเท่านั้น หรือว่าสำนักยังมีคนอื่นอยู่อีกเหรอ?
มุมปากของหลิงหลานเผยรอยยิ้มจางๆ ที่ไม่อาจจางได้อีก “คุณพ่อของผมเคยบอกผมไว้”
มู่สุ่ยชิงคล้ายกับนึกอะไรบางอย่างออก เขาเอ่ยด้วยใบหน้าประหลาดใจว่า “มิติมรดกของหลิงเซียว ที่แท้เธอก็ได้ไปแล้ว”
มุมปากของหลิงหลานเผยรอยยิ้มเย้ยหยันออกมา “เดิมทีก็ควรเป็นผมนะครับ” นับตั้งแต่ที่รู้วิธีการสืบทอดของสำนักบัญชาเทวะ หลิงหลานก็เข้าใจกระจ่างแจ้งว่า มิติมรดกที่หลิงเซียวทิ้งไว้คื