รื่องบางอย่างที่หลิงเซียวต้องการให้เธอทำต่อ
หลิงหลานมองไปทางหลิงเซียวด้วยความตกตะลึง ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงใช้วิธีการแบบนี้ทิ้งคำสอนสุดท้ายของเขาไว้
หลิงเซียวยิ้มน้อยๆ นิ้วมือกดที่ริมฝีปากตัวเองเบาๆ ทำท่าส่งเสียงชู่ออกมา บ่งบอกว่าหลิงหลานอย่าพูดอย่าถามอะไร แววตาของเขาถึงขนาดยังมีความเจ้าเล่ห์แฝงอยู่ด้วย
“พ่อเชื่อว่ากองทัพคอยสอดแนมที่นี่มาตลอด ความจริงแล้วพ่อเองก็สัมผัสได้ว่ามีตัวตนของร่างจิตแปลกหน้าอยู่ แต่ว่าร่างจิตนั้นไม่มีเจตนาร้ายอะไร พ่อเองก็ไม่สนใจเขาเหมือนกัน แต่ว่ามีของบางอย่าง มรดกบางอย่างที่ไม่สามารถให้คนอื่นรู้ได้…ลูกเข้าใจก็พอ ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว”
เวลานี้ข้อความของหลิงเซียวดังขึ้นมาในสมองของหลิงหลาน นี่เป็นร่างจิตที่หลิงเซียวเพิ่งจะใส่เข้าไปในสมองเธอ
หลิงหลานลอบปาดเหงื่อที่หน้าผาก ไม่รู้ว่าควรจะบอกเรื่องตัวตนของเสี่ยวซื่อให้หลิงเซียวดีหรือไม่ แต่หลิงเซียวไม่ให้โอกาสหลิงหลานพูดเลย จู่ๆ เขาก็เงยหน้าขึ้นและมองไปยังด้านนอกประตูห้อง กล่าวว่า “ถึงแม้ว่าพ่อแยกจากลูกไม่ลงจริงๆ แต่เพื่อความปลอดภัยของลูก พ่อจำเป็นต้องหายไปแล้ว….”
หลิงเซียวก้มศีรษะมองหลิงหลานอย่างใจใจจ่ออีกครั้ง แววตาเผยความปลื้มใจและสุขใจ “หลิงหลาน พ่อภูมิใจที่พ่อเป็นพ่อของลูก ต้องมีสักวันที่ลูกจะสร้างตำนานของลูกออกมา พ่อภูมิใจในตัวลูกนะ!”
หลิงเซียวกล่าวจบก็ยิ้มขึ้นมา รอยยิ้มนี้ดูเจิดจรัสกว่ารอยยิ้มใดๆ ในก่อนหน้านี้