“ไม่ว่าพวกเขาจะสู้กันยังไง พวกเราได้แต่เฝ้าดูอยู่ข้างๆ หลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการหลั่งเลือดบาดเจ็บเสียชีวิตตามขีดจำกัดสูงสุดเท่านั้น…” ในใจของอาจารย์รู้สึกเสียใจอยู่บ้าง ตอนที่พวกเขายังเป็นลูกเสือ พวกเขาไม่เคยผ่านเหตุการณ์ต่อสู้ประจัญบานที่เลือดเดือดพุ่งพล่านระดับนี้มาก่อนเลย
อาจารย์ทั้งสองคนหิ้วเด็กไปคนละหนึ่งคนก่อนจะออกจากที่แห่งนี้อย่างรวดเร็ว ก็เป็นเหมือนกับที่พวกเขาว่าไว้ ต่อให้คันไม้คันมืออีกแค่ไหนก็ได้แต่เปิดทวารบาลตามหน้าที่เพื่อพานักเรียนที่พ่ายแพ้ออกไปจากที่แห่งนี้ และเหม่อมองดูการต่อสู้ของพวกนักเรียนจนกระทั่งการต่อสู้ประจัญบานสิ้นสุดลงในตอนสุดท้ายเท่านั้น
จางจิงอันสัมผัสได้ว่าแรงกดดันหายไปก็รู้ว่าหลังจากที่ฝ่ายตรงข้ามโจมตีหนึ่งฝ่ามือแล้วก็หนีไปไกล เขาหรี่ตาให้ตัวเองใจเย็นลงอย่างรวดเร็ว อาจารย์แรกเริ่มของเขาเคยบอกว่า ไม่ว่าจะเจอเหตุการณ์อะไรในสนามรบก็ต้องเยือกเย็นเข้าไป เมื่อสูญเสียความเยือกเย็นไปก็หมายความว่าตัวเองอยู่ห่างไม่ไกลจากความตายแล้ว
ทั่วทั้งร่างเขาสงบเงียบลง หลังจากนั้นก็ระเบิดพลังสายหนึ่งออกมาอย่างลับๆ จังหวะการไหลผ่านของสายลมพัดพาผ่านจางจินอันราวกับโน้ตเพลง ทันใดนั้นจางจิงอันมองไปยังทิศทางหนึ่งก่อนจะกล่าวอย่างเย็นชาว่า “นายยังไม่ออกมาอีกหรือไง?”
ในเมื่อถูกคนสังเกตเห็นแล้ว หลิงหลานก็ไม่ได้ซ่อนตัวอีก เธอออกมาจากด้านหลังต้นไม้ใหญ่ทันที อยู่ห่างจากจางจิงอันยี่สิบเมต