ากการต่อสู้ประจัญบานก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความสามารถของทั้งทีมมากนัก
“เสี่ยวหมิง…” พวกสมาชิกทีมทำหน้าอาลัยอาวรณ์ พวกเขาเป็นเพื่อนที่เติบโตขึ้นมาด้วยกันนะ
“ยังไม่รีบไปอีก อยากจบเห่อยู่ตรงนี้กันหมดเลยหรือไง?” นักเรียนที่ชื่อเสี่ยวหมิงอดตวาดด้วยความโกรธเกรี้ยวไม่ได้
หัวหน้าทีมเห็นเสี่ยวหมิงรั้งอยู่ด้านหลังไกลมากเกินไป ต่อให้สับเปลี่ยนคนก็ไม่ทันแล้ว เวลานี้เขาจะลังเลไม่ได้แม้แต่น้อย ดังนั้นเขาจึงกระทืบเท้าแรงๆ เอ่ยสั่งการอย่างเฉียบขาดว่า “พวกเราไป!”
บรรดาลูกทีมได้แต่เก็บสายตาอาลัยอาวรณ์ กัดฟันวิ่งไปข้างหน้าตามหัวหน้าทีมสุดชีวิต จากนั้นร่างของพวกเขาก็หายไปอย่างรวดเร็ว
เด็กหนุ่มชุดแดงคนหนึ่งที่กำลังพุ่งทะยานอยู่ไม่ไกลจากตรงด้านหลังเห็นเสี่ยวหมิง เด็กหนุ่มชุดขาวกำลังยืนอยู่ตรงกลางถนนก็หยุดฝีเท้าลง
เมื่อเขาหยุดชะงัก เด็กหนุ่มชุดแดงหลายคนที่อยู่ด้านหลังก็หยุดก้าวเท้าเช่นเดียวกัน ชุดเครื่องแบบสีแดงของพวกเขาปักตัวเลขสิบเอาไว้ชัดเจน บ่งบอกว่าพวกเขาคือนักเรียนปีสิบ
“เหอะๆ ดูท่าพวกเขาคิดจะเสียสละหนึ่งคนมารักษาสมาชิกทีมคนอื่นๆ ไว้ หัวหน้า พวกเราควรจะทำยังไงดี?” เด็กหนุ่มที่หยุดฝีเท้าคนแรกสุดเอ่ยถามหัวหน้าทีมที่อยู่ด้านหลัง
“สือฉี นายบันทึกข้อมูลคนที่หนีไปพวกนั้นไว้แล้วหรือยัง?” หัวหน้าทีมเอ่ยถามเด็กหนุ่มชุดแดงที่อยู่ข้างๆ อย่างเฉยชา
“หัวหน้า ไม่มีปัญหา ขอเพียงไม่เกินรัศมีสองกิโลเมตร พวกเขาหนีไม่พ้