“ปีสิบ! พวกเขาเห็นปีเจ็ดของเราขัดหูขัดตา เลยอาศัยการกลั่นแกล้งเด็กผู้หญิงห้องบีมายั่วโมโหเรา…” หลิงหลานได้ยินลำดับเรื่องที่ลั่วล่างรายงานก็รู้ว่านี่ย่อมเป็นเป้าหมายของพวกนักเรียนปีสิบที่ต้องการแสดงอำนาจบารมีสักครั้งแน่นอน
“ปีสิบ…ลูกพี่หลาน นายเป็นลูกพี่จริงๆ ฉันยอมรับนายถึงที่สุดแล้ว” เดิมทีอู่จย่งคิดว่าเป็นแค่การต่อสู้ตะลุมบอนกับพวกปีแปดสักครั้งเท่านั้น ไม่นึกเลยว่าคนที่หลิงหลานท้าประลองจะเป็นระดับสูงสุด ขัดแย้งกับพวกปีสิบที่แข็งแกร่งที่สุดโดยตรง ความกล้าหาญแบบนี้ทำให้อู่จย่งยอมรับไปโดยสิ้นเชิง
“อู่จย่ง ฉันได้มายินว่าห้องบีมีคนที่กลายพันธุ์พลังจิตน้อยมาก ขนาดห้องเอก็ยังมีคนครึ่งหนึ่งที่แสดงผลไม่ชัดเจนเลย?” หลิงหลานเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
อารมณ์ของอู่จย่งดิ่งลงเล็กน้อย “ใช่แล้ว หลายปีมานี้การกลายพันธุ์พลังจิตของพวกเพื่อนร่วมชั้นเรียนน้อยลงเรื่อยๆ ถ้าเกิดยังไม่กลายพันธุ์ก่อนอายุสิบหกละก็ เกรงว่าจะสูญเสียความเป็นไปได้ในการควบคุมหุ่นรบไป…” คนที่ไม่มีการกลายพันธุ์พลังจิต ต่อให้ควบคุมหุ่นรบก็ไม่สามารถทะลวงเข้าสู่ผู้ควบคุมหุ่นรบระดับกลางได้ ดังนั้นการสมัครสอบเข้าโรงเรียนทหารใหญ่ๆ หลังจากอายุสิบหก ทางโรงเรียนก็จะไม่รับเด็กๆ เหล่านี้เข้าไปในห้องเรียนหุ่นรบ
“บางครั้งการต่อสู้ที่โหดร้ายจะทำให้พวกเขาพัฒนาและทะลวงขีดจำกัดไปได้…การต่อสู้ประจัญบานเป็นโอกาสครั้งหนึ่ง” หลิงหลานชี้แจงสาเหตุที่เธอต้องการ