น่นอน ไม่เลวเหมือนกัน น่าเสียดายที่เธอมีลูกสาวคนเดียว…
ถึงยังไงหลานลั่วเฟิ่งเห็นเด็กผู้ชายคนไหนก็พึงพอใจและรู้สึกชอบทั้งหมด เธอเริ่มสับสนกับปัญหาแล้วว่าสุดท้ายจะเลือกใครดี
ความคิดเลวร้ายของหลานลั่วเฟิ่งถูกหลิงหลานมองออกในแวบเดียว หน้าผากของเธออดหลั่งเหงื่อเย็นๆ ออกมาได้ ‘แม่คะ แม่มองด้วยสายตาเหมือนเห็นลูกเขยทำไมฟะ? ตอนนี้ลูกสาวแม่เพิ่งจะสิบขวบเองนะ แล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ตอนนี้ลูกสาวแม่เป็นผู้ชายนะ…’
บนโต๊ะอาหารต่างเต็มไปด้วยบรรยากาศสนิทสนมครื้นเครงของเจ้าบ้านและแขกภายใต้การต้อนรับเป็นพิเศษของหลานลั่วเฟิ่งเช่นนี้เอง พวกเด็กๆ ไม่ได้ดูเก้ๆ กังๆ เหมือนในตอนแรกแล้ว
แน่นอนว่าก็มีข้อยกเว้นเหมือนกัน ลั่วเฉาเป็นเพียงคนเดียวบนโต๊ะอาหารที่ก้มหน้ากล้าคีบแค่ข้าวเปล่าในชาม แต่ไม่กล้ายกตะเกียบมาคีบกับข้าว ทำให้หลิงหลานหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้อยู่บ้าง สาวน้อยคนนี้เตรียมตัวจะกินแค่ข้าวเปล่าไปจนถึงตอนสุดท้ายเลยหรือไง?
“เฮ้ กินเนื้อย่างให้มากหน่อยสิ ร่างกายเธออ่อนแอเกินไปแล้วนะ” ที่นั่งของหลิงหลานนั่งอยู่ตรงข้ามเยื้องๆ กับลั่วเฉาพอดี จึงคีบเนื้อสีขาวไปวางไว้ในชามของลั่วเฉาได้สบายๆ ลั่วเฉาที่ขัดเขินน่ารักน่าเอ็นดูทำให้หัวใจเธออ่อนยวบ ความจริงแล้วเนื่องจากพลังจิตของลั่วเฉาเพิ่มเร็วกว่าคนทั่วไป ดังนั้นสภาพร่างกายของเธอจึงไม่ค่อยดีมาตลอด นี่ทำให้หลิงหลานเกิดความรู้สึกหัวอกเดียวกันขึ้นมา ก็เลยดูแลแล