“งั้นก็ดี ลูกรู้ไหม? สีหน้าท่าทางของลูกตอนนี้ดูมีชีวิตชีวามากกว่าแต่ก่อนนิดหน่อยแล้วนะ คราวนี้แม่ค่อยวางใจแล้ว” หลานลั่วเฟิ่งตีใบหน้าโชตะที่น่ารักของหลิงหลานเบาๆ ด้วยความพึงพอใจ จากนั้นก็ค่อยจูงมือหลิงหลานเดินเข้าไปในบ้านพัก
ส่วนในใจของหลิงหลานเกิดความรู้สึกหวั่นไหวเพราะคำพูดของหลานลั่วเฟิ่ง ที่แท้หลานลั่วเฟิ่งสนใจการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างของเธอมาตลอด สาเหตุที่หลานลั่วเฟิ่งไม่พูดเยอะเป็นเพราะว่าหลานลั่วเฟิ่งเลือกที่จะเชื่อมั่นลูกของตัวเอง
และก็มีแค่มารดาที่รักคุณอย่างหมดทั้งตัวและหัวใจเท่านั้นถึงจะสนใจจุดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ ถึงแม้ว่าหลานลั่วเฟิ่งจะไม่ค่อยให้ความสำคัญผลการเรียนของเธอ เหมือนกับไม่สนใจอนาคตของลูก ดูเหมือนไม่ใช่ผู้ปกครองที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจริงๆ แต่เมื่อคิดพวกจุดเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตให้ละเอียดตั้งแต่ที่หลิงหลานเกิดจนถึงตอนนี้ คนและสิ่งของทั้งหมดที่ทำให้หลิงหลานรู้สึกไม่สบายใจต่างหายไปโดยที่เธอไม่รู้เนื้อรู้ตัว นี่ย่อมเป็นฝีมือของหลานลั่วเฟิ่ง เธอทนให้ลูกของเธอไม่ได้รับความเป็นธรรมไม่ได้
ยิ่งหลิงหลานสัมผัสได้ถึงความรักของหลานลั่วเฟิ่ง ความละอายใจของเธอก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้น เธอบีบมือหลานลั่วเฟิ่งแรงๆ จนนำมาซึ่งสายตาสอบถามของหลานลั่วเฟิ่ง
หลิงหลานส่งรอยยิ้มน่ารักให้หลานลั่วเฟิ่งอีกครั้ง จากนั้นก็พูดว่า “แม่ครับ เมื่อตะกี้ผมบอกแม่หรือยังว่า ผมรักแม่นะ?”
หลานลั่วเฟิ่งปิดปากด้วยค